อย่าเลย ลิตเติลวิง
posted on 10 Nov 2009 20:43 by crozzaxmoon in Moon-Hill
อย่าเลย อย่าเลย
ให้เจ้าบินไปบนท้องฟ้า
ผลิปีกสง่าสัมผัสสายลมเริงร่า
หัวเราะคิกคักกับคนร่วมทาง
โดยไม่สนใจบาดแผลใดๆ
เพราะเจ้าคือลิตเติ้ลวิง
สายพันธุ์ที่จะสิ้นสูญไปในไม่ช้า
อย่าเลย อย่าเลย
ให้เจ้ามุ่งมั่นท่ามกลางห้วงอิสรภาพ
ลอยไหลไปหาขอบฟ้าที่เจ้าหวังเอาไว้
เพราะอะไรจะเกิดก็ต้องเกิด
และเจ้าก็ได้เลือกเส้นทางที่เจ้าไม่มีวันเสียใจไปแล้ว
อย่าเลย อย่าเลย
ให้เจ้ามีความสุขตลอดเส้นทางที่ไร้จุดหมาย
ให้เจ้าหวังถึงความสุขสุดยอดที่ปลายเส้นชัย
ที่เจ้าไม่รู้ว่ามีจริงหรือไม่
ที่เจ้าไม่รู้ว่ามันจะเป็นอย่างไรต่อไป
อย่าเลย อย่าเลย
เราจะภาวนาให้กับใจของเจ้า
เพราะเจ้าก็รู้
...ลิตเติ้ลวิง...
เจ้าจะเป็นสายพันธุ์ที่สิ้นสูญ
ด้วยความฝันของตัวเอง
อย่าเลย อย่าเลย
ขออย่าให้เจ้าเติบโต ลืมตาตื่นขึ้นมาอีกเลย
+++++
กาล รัตติ
10/11/2552
คำปลอบโยนจิตใจ ของคนขายฝันคนหนึ่งมั้งครับเนี่ย
รู้สึกว่าช่วงนี้กำลังสะเทือนอารมณ์กับเรื่องราวแบบนี้บ่อยๆ ช่วงหลังๆก็เขียนเรื่องราวเกี่ยวกับความฝันค้างๆคาลงในสต๊อกไว้ค่อนข้างเยอะเหมือนกัน
แล้วตอนดูหนังอนิเมชั่นเรื่อง UP ผมผู้ไม่เคยเสียน้ำตาให้กับหนังเรื่องใด
กลับร้องไห้ให้กับสิบนาทีแรกหนังเรื่องนี้ (ที่น่าแปลกคือผมไม่ได้รู้สึกอินกับบทของลูกเสือที่แทนถึงลูก
บทของนกที่แทนถึงแม่ กับพฤติกรรมของปู่ที่เปลี่ยนไปเลย
คงเพราะสิบนาทีแรกมันสร้างความประทับใจแบบสุดๆล่ะมั้ง)
ช่วงต้นเรื่อง มันเป็นการบอกเล่าสั้นๆของชีวิตคู่และการเติบโตของคุณปู่
ที่สร้างความเป็นมิติของตัวละคร ช่วยทำให้เรารู้เหตุเหตุแห่งฝัน
ทำไมถึงต้องทำเช่นนั้น ทำไมต้องไปตั้งบ้านไว้บนยอดเขา
ทำไมมีแรงจูงใจที่รุนแรงขนาดนี้
หลังจากดูจนจบเรื่อง หลังจากที่คุณปู่ปิดหนังสือ(บันทึกการผจญภัย)
ทำให้ผมมองว่าเรื่องราวแรกเริ่มของคุณปู่คนนี้เป็นมากกว่าส่วนนำเรื่อง
พลังของมันมีมากพอที่จะสร้างเป็นหนังได้อีกเรื่องเลยทีเดียว
อนิเมชั่นประวัติของปู่นั้นเป็นการสืบสานเรื่องราวของความไร้เดียงสาและความฝันที่เป็นไปไม่ได้
ให้เติบโตขึ้นไปในโลกแห่งความจริง ถูกซึมเซาะเข้าไปในใจของพวกเขาทั้งสอง
รูปฝันบิดเบือนไปอย่างช้าๆ ทั้งสองไม่ได้ออกไปผจญภัย ไม่มีลูก
ไม่มีอะไรเป็นได้เหมือนที่เขาคาดหวัง
แต่กระนั้นพวกเขาก็ยังมีความสุขกับมันไปจนจบชีวิต
พวกเขายังยิ้มออกมาได้...
พอเรื่องราวดำเนินไปจนถึงบทสรุป(ของบทนำช่วงท้ายๆเรื่อง) ในตอนที่คุณปู่เริ่มเปิดบันทึก‘การ ผจญภัยครั้งสำคัญ'อีกครั้ง
น้ำตาผมก็ไหลลงมาเป็นครั้งที่สอง
ความประทับใจนี้ก่อตัวอยู่ในอกผมมาเสมอแม้กระทั่งตอนหลับตา จนอดใจไม่ไหวต้องเอาอารมณ์นั้นมาบอกเล่าเป็นตัวอักษร
เอาเป็นว่า ผมไม่ประทับใจเรื่องหลัก แต่กลับไปหวั่นไหวกับต้นเรื่องอย่างถอนตัวไม่ขึ้น
พอมาอ่านดูเรื่องสั้นช่วงหลังๆดู ก็พบว่ามันก็เหมือนกับเรื่องราวของ UP ตอนแรก แต่ที่ต่างกันไปก็คือเรื่องผมไม่ได้พูดถึงความฝันอันงดงาม แต่มันพูดถึงการเยียวยาจากความล้มเหลวของการตามล่าหาความฝัน และไม่ใช่เพราะว่าตัวละครถูกบังคับ แต่มันเลือกที่จะเดินไปในทางๆนี้เพราะความรับผิดชอบ เพราะหน้าที่ เพราะเพียงแค่เขาเสียสละ
ไม่ได้แวะบล็อกมาอีกตั้งเดือนหนึ่ง ผิดพลาดเรื่องหนังสั้นน่ะครับ
ตอนแรกนึกว่าจะเสร็จตอนต้นเดือนตุลา ก็เลยเว้นๆเอาไว้ ประกอบกับทำโปรเจ็ค SMK
ดูถ้าหนังของผมคงอีกนานกว่าจะเสร ส่วนเรื่องโปรเจ็คคิดดี อีกไม่นานมันจะจบแล้ว
เจอกันครั้งหน้าถ้าไม่ใช้หนังสั้น ก็คงมาโปรโมทหนังสือการ์ตูนของกลุ่มผมแล้วล่ะครับ
โชคดีครับ