IrelandMoon

Ire:สัญชาตญาณอารมณ์

posted on 29 Sep 2007 18:22 by crozzaxmoon  in IrelandMoon

อาภรณ์ของทั้งสองเรืองรายอยู่แทบเท้า ความเหงาซาบซ่านในหัวสร้างทำนองแห่งความอยากสู่เบื้องลึกของนัยน์ตาสีดำอันคมเข้ม ณ บัดนั้น ทั้งสองก็ปลดปล่อยอามณ์ที่อดลั้นไว้จนหมดสิ้น

คืนนี้มีแต่เขา เธอ และดวงดาวนับล้านบนหาดทรายเปลี่ยวเท่านั้น อารมณ์ที่พลุ่งพล่านออกจากสายตาทั้งสองดกำลังกวัดเกี่ยวเพียวรัดอย่างลุ่มหลง ตาที่ประสานกันยิ่งทำให้ความรู้สึกกระเจิงไปไกล มือทั้งสองข้างของชายหนุ่มโอบกายหญิงที่นอนพิงทรายด้วยความอ่อนโยน เขามองเรือนร่างที่กระพริบพี่พลายเพราะต้องแสงจันทร์อันสะท้อนจากทะเลสวยด้วยความยินดี มือซ้ายของเขาก็เรียบเคียงใบคอหญิงสาวให้เรื่อยลงมา เพียงชั่ววูบนั้นริมฝีปากอุ่นๆก็สัมผัสกันอย่างนุ่มนวล ลิ้นตวัดรัดพันกันสุดสังวาส หน้าอกของชายชาตรีสัมผัสกับหัวใจนุ่มนิ่มอย่างแผ่วเบา ก่อนที่เขาจะเคลื่อนตัวไปสู่หญิงงามเบื้องหน้า เข้าไปในจิตใจของหญิงสาวที่น่ารัก

ลมโบกพัดแผ่วๆ ราวกับตั้งใจจะฟังเสียงของน้ำทะเลที่สงบนิ่ง ช่างไม่เหมือนกับวันที่เขาสองคนเจอกันเลย

ลำแสงทอดเจือจางจากฟากฟ้า ตะวันรุ่งก็ผันตัวตื่นจากนิทรา

กองไฟได้มอดไหม้ไปหมดแล้ว หากแต่เหลือเพียงซากฟืนฟางไว้ต่างหน้า ร่างของทั้งสองออบกอดกัน จุนเจือความอุ่นเอือยของเปลือยร่างอย่างใกล้ชิด เอกมองดูหญิงสาวเบื้องหน้าด้วยสีหน้ายิ้มแกมอบอุ่น เขาตื่นก่อนเธอเป็นชั่วโมงแล้วแต่ไม่คิดจะลุกขึ้นไปล้างหน้าค่าตาในทะเลเลยซักหน ซักประเดี๋ยวดวงตาดำสนิทของหญิงก็เผยอขึ้นมา

ทั้งสองจ้องตากันอยู่นาน

เพียงอีกหนึ่งวูบ การกอดรัดก็เกิดขึ้นอีกหน กำหนัดสังวาสไม่เคยหลุดพ้นจากตัณหาของคนทั้งสอง ต่างฝ่ายต่างเข้าใจกัน เพราะต่างฝ่ายต่างก็พึ่งเป้นเจ้าของกันและกันได้ไม่นานนัก

แล้วตกลงเราจะอยู่ด้วยกันแบบนี้ไปเรื่อยๆเลยเหรอเอกหญิงสาวผลักร่างของชายคนนั้นไปเสีย แล้วอดอารมณ์ของตัวเองไว้

.ดา อย่าพึ่งนึกถึงอนาคตเลย ตอนนี้มีแต่เราเท่านั้นบนเกาะร้างเกาะนี้เขายิ้มพูด ทำท่าจะพุ่งเขาไปหาดาอีกครั้ง

นี่ นี่ เมื่อคืนยังไม่พออีกเหรอดายันหน้าอกของเอกไว้

ถามได้ เธอก็น่าจะรู้ชายหนุ่มฉีกยิ้ม เธอมองหน้าเขาสำรวจเรือนร่างของเอก นั้นทำให้เธออายจนหน้าแดง ก็เมื่อคืนไม่ชัดเท่านี้นี่นา เธอลุกขึ้นเดินหนีไปสวมเสื้อผ้าขณะที่พูดต่อไปว่า ไปหาอาหารเช้าก่อนแล้วค่อยคิด เดี๋ยวหมดแรงล่าสัตว์กันพอดี

เอกสั่นไปมาพยายามปฏิเสธอามรณ์ตัวเอง สวมเสื้อผ้าอย่างรวดเร็วตรงไปที่โคนต้นมะพร้าวอันเป็นที่กองสุมของที่พัดพาจากท้องทะเล เขารื้อค้นอยู่ไมานานก็หยิบเอาหอกไม้บยาวทำจากไม้และท้องเหล็กของเรือที่น่าจะถูกฉีกด้วยโขดหิน มันมีขนาดกำลังดีคมกริบได้ใจ มันเป็นโชคดีของเขาบนเกาะร้างแห่งนี้

จะเอาอะไรบ้างล่ะ หึ แม่ภรรยาที่ร๊ากชายหนุ่มยิ้มหยอกล้อกับตัวดาที่เดินเข้ามาโคนต้นมะพร้าว

เชอะ คุณไปหาก็ได้แต่หนูกับมาทุกที่ ไป ไป ไป ไม่ต้องมาหยอกชั้นเลยดาหัวเราคิกคักอยู่เสี้ยวนาทีก่อนจะปัดมือให้เอกเข้าไปที่กลางเกาะ จากนั้นเธอก็รื๊อของจนพบข้าวสารกระป๋องซึ่งน่าจะเป็นของจากเรือที่โชคร้ายเช่นกัน เธอจัดแจงเอาไฟแช๊กที่เอกให้ไว้ เอามาจุดกระดาษเอสี่แล้วต่อไฟสู่ไม้ฟืนที่ดับไป ซักพักเธฮจึงโยนฟืนที่เก็บไว้ตั้งแต่เมื่อวานเข้าไปในกองไฟที่เริ่มรุกโชติช่วง เธอกะเกณไฟที่เกิดขึ้นแล้วใช้อุปกรณ์อย่างหม้อสนามที่เผอิญไปเจอมาหุงข้าวสาร เธอชำนาญมากแล้วนับจากวันที่ทั้งสองเจอกัน

เอกเป็นหนุ่มชาวประมง เขาเป็นคนขึ้เล่นใครไดรู้จักก็ชอบ เขาเป็นชายหนุ่มที่รู้จักลมทะเล ผิวสีดำละเอียดเพราะเกิดจากการต่อสู้บนท้องทะเล สายตาที่แข็งแกร่งผิวที่กร้านแดดรวมออกมาเป็นผู้ชายบุคลิกดูดีคนหนึ่งเลยทีเดีย เขารู้จักท้องฟ้าดีกว่าใครๆ เอกมักจะเล่าว่าเขาทำอะไรบ้างบนหมู่บ้านชาวประมงนั้น

แน่นอนเขาต้องไม่มีวันพลาดการอ่านพยากรณ์ผิดไป เพราะทุกวันที่เธออยู่กับเขาไม่มีซักวันที่หนุ่มคนนี้จะทายสถานภาพของอากาศผิด แล้วทำไมมันเกิดอะไรขึ้นกับวันวิปลาสแบบนั้น

ประมาณ 30 นาที เอกก็เดินออกมาพร้อมหนูตัวโตสองสามตัว สองในสามน่าจะติดกับดักของเขาแน่ๆ ส่วนอีกตัวหนึ่งคงถูกล่าด้วยหอก

สิ่งที่น่ากลัวบนเกาะนี้มากที่สุดคือการขาดน้ำเปล่า น้ำเปล่าเกลี้ยงเกลาหยาดหยดบนฟากฟ้าเป็นอะไรที่มีค่ามากๆ ฝนเป็นทางเดียวที่จะหาน้ำได้ เธอต้องระมัดระวังในการหุงข้าวอย่างยิ่ง มันต้องไม่มากไปไม่น้อย ไม่งั้นคงโดนเอกเอ็ดเอาแน่ เพราะครั้งแรกสุดเธอก็โดนว่าเกือบจมดินไปเลย

อ้าว มีข้าวด้วยเหรอ วันนี้ฉลองอะไรล่ะนี่เธอได้ยินเสียงเอกแล้วก็ยิ้มจางๆ หยิบเอาซองกาแฟขึ้นมา ซึ่งนับเป็นของหายากอีกหนึ่งอย่าง

นี่เราโชคดีมากๆเลยนะ ปกติติดเกาะน่ะคงไม่เจออะไรแบบนี้แน่ๆดาพูดขึ้นหลังจากอาหารเช้าหมดไปแล้ว

อือเราโชคดีมากๆ...อันที่จริงมันสิ่งที่โชคดีที่สุดอาจคือการเจอเธอก็ได้นะเอกหันมายิ้ม

บ้า.....เห้อเราโชคดีมากๆจริงเหรอ

โชคดีซิเอ๊อ การมีชีวิตอยู่นับว่าเป็นความโชคดีอย่างยิ่งแล้ว ยิ่งเป็นมนุษย์ยิ่งโชคดีเข้าไปใหญ่เอกพูดอย่างช่ำชอง

การเป็นมนุษย์โชคดียังไง ชั้นว่ามันออกจะสับสนวุ่นวาย ทุกข์ทนเต็มไปด้วยกิเลสตัณหา แบบนี้เกิดเป็นต้นมะพร้าวดีกว่าไม่ต้องทำอะไรวันๆเอาแต่ตากแดดดาพูดขึ้น

ดา ไม่ใช่มนุษย์หรอกที่เป็นแบบนั้น ทุกสิ่งทุกอย่างต่างหาก เธอรู้มั๊ยว่าต้นไม้นะต้องต่สู้เอาชีวิตอยู่กัยทุกวันเลยนะ อย่างต้นไทรน่ะขนาดใช้อาวุธชีวิตภาพเพื่อฆ่าต้นไม้รอบตัวมัน เธอจะสู้ไหวเหรอ บางครั้งก็ต้องโดนแมลงกัดกินกาฝากอีก อาจเรียกสังคมต้นไม่ได้ว่าเป็นสงครามขนาดเล็กด้วยซ้ำ ถ้าเกิดเป็นสัตว์ก็ดำรงอยู่อย่างหวาดกลัวตลอดเวลา ถ้าถูกมนุาย์เลี้ยงเธอก็หมดอิสรภาพอีกนะ ดาการเกิดเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ไม่ได้เป็นทาสใครคงเป็นสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว

เอ้อ อีกอย่าง มนุษย์ก็เป็นสิ่งมีชีวิตชนิดเดียวมั้งที่กระทำอะไรนอกเหนือสัชชาตญาณ เพราะมนุษย์มีความคิด

นั่นอาจเป็นสิ่งที่ทำให้เธอไม่อยากเป็นมนุษย์ก็ได้นะ ไอ้ความคิดเนี่ยดาพูดอีกหน

เห้อ อยากไม่มีสติควบคุมจิตใจไปซักพักเหมือนกันนะเนี่ย เอก แกตอบได้ดีนะ สมแล้วกะที่เคยบวชมาดาล้มลงนอนบนฟ้า

มันก็มีสิ่งหนึ่งนะที่อยู่นอกเหนือความคิดตอนที่เราเป็นมนุษย์นะเอกพูดขึ้น

อะไรดามองไปบนฟ้า

เอกก้มลงไปจูบริมฝีปากของดา มือของเอกเท้าไปบนหาดทราย เธอจึงโอบแขนไปบนคอของเขา อามรณ์ของเธอที่ค้างไว้ตั้งแต่เมื่อเช้าก็กระชากออกมาอีกครั้ง เธอรอเวลาที่มืออันซุกซนของเอกสัมผัสทุกเรือนร่างของเธอ สัมผัสทุกสิ่งกระทั่งหัวใจในร่างกาย แต่ทันใด เขาก็ถอนมือร่างกายของเขาออกไป

เขายิ้มให้กับเธอ เธอยิ้ม ทั้งสองรู้กันว่าเกิดอะไรขึ้น

สิ่งนั้นบางครั้งก็ทำให้เราเหมือนสัตว์ไร้ความคิดได้เช่นกันะเอกแล้วทันใดดาก็ลุกขึ้นไปจูบเอก เธอเปิดเกมรุกไปแล้วรอแต่กองหน้าตัวเป้าอย่างเอกจะปั่นลูกเข้าประตู

กองไฟยังคงลุกโชติช่วง

แล้วอารมณ์ก็ควบคุมจิตใจอีกครา

++++++++++++++++++++++++

อืมมีหลายตอนนะครับเรื่องนี้ จะเล่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับเอก และดาเลยทีเดียว(แต่บทอีโรติกนั้นคงให้ได้แค่นี้เดวโดนแบน555+) เอาเป็นว่าวันไหนอยากทำเดวก็มาต่อเองน่ะเรื่องนี้ ส่วนเรื่องสั้นอื่นๆก็คงทะยอยๆพิมพ์มาให้อ่านแล้วเน้อ (ถ้าไม่ติดอะไรจริงๆ) 

เอ็นทรี่ที่แล้วเป็นอย่างคุณ kurei696 ไม่ค่อยคิดจะตื่นเท่าไรเพราะงานเยอะ ขี้เกียจทำ และก็อย่างคุณgoldfishou ว่า มันยิ่งค้าง ค้างๆคาๆเหมือนโฆษณาเซเว่นนั่นแหละ

ก็ฝากติดตามผลงานนี้ด้วยล่ะกันเอิ๊กๆ (คิดเสียว่าเป็นบทนำล่ะกัน)