หนึ่งจันทรกาล...

posted on 28 Jun 2009 20:41 by crozzaxmoon  in Moon-Hill

               

                เธอนั่งอยู่บนทุ่งหญ้าสีฟ้าที่สะท้อนแสงดาว ใต้ต้นไม้สูงใหญ่ที่พัดลู่ไปตามลม เธอเหม่อมองดูรัตติกาลที่ไร้พระจันทร์ ดวงตาของเธอหม่นหมองน้ำตาของเธอเอ่อขัง มองเห็นทุกอย่างไม่ชัดเจนราวกับเป็นภาพศิลปะที่วาดไว้ให้ยากจะเข้าใจ ทว่าก็ยังเป็นรูปของทุ่งรกร้างในความมืดมืด เธอพยายามจะพูดกับตัวเอง แต่ก็เป็นแค่เสียงลมหายใจเศร้าๆที่ไร้ความหวัง  ผมยาวประหลังสะบัดสยายไปไปตามสายลมพัดผ่าน แผ่นหลังของเธอเย็นยะเยือก ร่างของเธอเจ็บช้ำทุกครั้งที่ขยับตัว ทว่าจิตวิญญาณของเธอกลับรู้สึกว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น เพราะสำนึกของเธอได้จมปลักกับความไม่รู้สึก ที่เธอพยายามจะเป็นเพียงเพราะอยากหลีกหนีข้อเสียของมันที่เธอรับไม่ไหว
                แต่มนุษย์นั้นมีความรู้สึกเสมอ และสุดท้ายเธอก็ทำได้แค่ทนรับมันไว้ ปล่อยหัวใจออกไปตามดวงตาซึ่งไร้จุดหมาย โดยที่มีอีกด้านทำหน้าที่รับฟังทำนองใกล้ใบหูซึ่งเคียคลอไปอย่างเลื่อนลอย เพลงที่เธอฟังเป็นทำนองเศร้าๆ ว่าด้วยความหลังที่คอยบรรเทาและซ้ำเติมวันเวลาซึ่งงอกเงยอยู่ในเงาของเธอเอง
                ณ ที่ตรงนี้ อดีตกาล จะยังคนนั่งอยู่เป็นเพื่อนเธอ เธอรู้จักเขาตลอดชีวิตและเขาเองก็รู้จักเธอมาตลอดชีวิต อดีตกาลเป็นคนที่อยู่กับเธอมาตั้งแต่วันแรกที่มีลมหายใจและจะจากไปพร้อมกับวันที่เธอไม่สามารถจำมันได้อีกต่อไป เขารู้ว่าเขาเป็นเพื่อนที่ไม่ดีซักเท่าไหร่ บ่อยครั้งทำให้เธอมีน้ำตา บางครั้งก็ทำให้รู้จักความอ่อนด้อยของเธอเอง และบางครั้งก็เผยถึงความโง่เขลาไร้เดียงสาซึ่งทำให้หัวใจของเธอปวดร้าว
                อดีตกาล นั่งข้างๆเธอ เขาไม่เคยจากไปไหน แต่เธอกลับแค่รับฟังเขาในวันเวลาที่ปัจจุบันไม่ได้เหลืออยู่บนเส้นทางข้างหน้า เขาอยากให้เธอยินดีกับช่วงเวลาเหล่านั้นมากกว่าจะเลือกจับต้องสิ่งที่รวดร้าว แต่มันมักจะเป็นเวลาที่เธอลืมเหตุผลของการดำรงอยู่ของตัวเธอเอง มีหลายพันที ที่เธอเดินย้อนกลับมา หวังว่าจะเปลี่ยนมันได้ถึงแม้จะรู้อยู่ข้างใน ไม่ว่าอดีตจะเป็นเช่นไร มันก็ยังเป็นเช่นนั้นอยู่เสมอ สุดท้ายก็ทำได้แค่เธอเดินวนรอบรูปร่างของมัน แค่เพียงสัมผัสด้วยความรู้สึก ซึ่งมักจะลงเอยด้วยความเจ็บปวดพร้อมกับน้ำตาที่ไหลออกมากระแทกพื้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า
                แต่ต่อให้เต็มไปด้วยความน่าเบื่อหน่ายที่คอยกดเธอจมลงไปใต้น้ำ เธอก็ไม่รู้ว่าจะทำอะไรกับเรื่องเหล่านี้ดี ในเมื่อมองการก้าวเดินของเธอต้องหยุดพัก เพราะไม่เห็นแสงไฟที่เคยสาดส่องให้เธอเดินต่อไป และเมื่อไม่อาจมองเห็นเส้นชัย เธอก็รู้แค่หากจะค้นหาปลายทางอีกครั้งคงต้องหันกลับไปหาทางที่ตัวเองเคยตั้งความหวังและเดินจากมา แม้จะเป็นแค่เพียงความมืดที่แสงไฟได้ดับมอดลงไปแล้ว

 

                 บนพื้นที่รกร้างกว้างใหญ่ แสงดวงดาวอ่อนแอทอตัวลงมากระทบผิวหนังของเธอ การอยู่คนเดียวจะทำให้ได้ยินเสียงกระซิบกระซาบเบาๆของอดีตกาลตลอดเวลา ซึ่งนั่นคือเหตุผลของความสันโดษ เธอชอบมัน แม้เธอจะมองเห็นรูปร่างของความทรงจำที่ขับเคลื่อนไปพร้อมกับแสงอ่อนแอของดวงดาวคล้ายกับภาพมายา และหายไปอย่างช้าๆ ทิ้งไว้แต่หมอกควันเย็นเยียบ
                เธอไม่ได้ดื่มเหล้า แต่จมไปกับบรรยกาศที่เมามาย นำพาอารมณ์ให้จมสู่ความมืด เสียงดนตรีบรรเลงเพลงหยาดยื่น คล้ายกับสายน้ำที่ที่ไหลเอื่อยที่วันธรรมดาๆเธอไม่เคยรู้สึกอินไปกับมัน แต่ในคืนนี้ความรู้สึกมีเหนือกว่าเหตุผล และบริบทได้ทำหน้าที่ในการทำลายความอบอุ่น เธอจะรู้สึกว่าตัวเองกำลังจะจมดิ่งไปในห้วงสมุทรอันเต็มไปด้วยคลื่นบรรเลง ซึ่งค่อยๆกรีดบาดแผลเก่าๆให้ทำร้ายหัวใจอีกครั้ง เลือดสีแดงในจิตนาการจะไหลออกมา ทิ่มแทงจนแทบจะหายใจไม่ออก
                ทว่ามันน่าแปลก เธอกลับรู้สึกว่า เธออยากจะทำมันซ้ำแล้วซ้ำเล่า

                อดีตกาลเป็นเพียงอีกคน ที่ทำตามที่เธอต้องการ บางขณะที่เธอร้องไห้ มันจะเคยปลอบประโลมเธอ แต่ในบางเวลาที่บทเพลงนั้นเหนือการความหมายของตัวเอง อดีตกาลจะเป็นหนึ่งในผู้ทำร้าย ซึ่งเธอเลือกที่จะสั่งและรับมันโดยรู้แค่เพียงบางทีในโลกแห่งการสูญเสีย มันอาจกำลังทำให้เธอยิ้มออกมาได้

 

 

                ปัจจุบันก็เช่นกัน เขากำลังยืนอยู่ข้างๆเธอ นั่งพิงต้นไม้ซึ่งเติบโตมาพร้อมร่องรอยฉีกสะบั้นของเวลา เขาเป็นเสมือนเฉกเช่นอดีตกาล แต่เธอไม่สามารถนับเขาเป็นเพื่อนได้ เพราะว่าเธอแทบจะไม่เคยเจอตัวของเขา แม้จะรับรู้เสมอว่าอยู่ตรงหน้า เขาจะปรากฏตัวเพียงแว่บเดียวและกลับกลายเป็นอดีตกาลไปเสียเฉยๆ
                ซึ่งเมื่อเธอถามถึงมันกับ อดีตกาล เขาจะส่ายหน้า และบอกว่าปัจจุบันล่วงหน้าไปก่อนแล้ว
                ปัจจุบัน คืออะไร เธอไม่เคยเข้าใจ ทั้งที่ทั้งชีวิตของเธออยู่กับปัจจุบันไม่ต่างจากอดีตกาล ทว่าเธอก็พึ่งจะตระหนักได้ว่า เธอเองก็เข้าใจอดีตกาลเพียงแค่บางส่วนเท่านั้น หรือจริงๆแล้ว คิดว่าเข้าใจเสียมากกว่า
                สายลมอ่อนโยนพัดโบกไหว เสยสายผมกลับไปอีกทาง ต้นไม้ต้นใหญ่กรีดเสียงรอบใหม่ เธอเปิดเสียงเพลงดังขึ้น จ้องมองไปสุดขอบฟ้า โลกกำลังอยู่ในความมืด มันเป็นเรื่องธรรมดาที่ต้องเปลี่ยนแปลงไป แต่ไม่ว่าจะกี่ครั้ง เธอก็ทำใจไม่ได้ ปัจจุบันมักจะเปลี่ยนแปลงไปเสมอ ไม่ว่าจะเป็นเธอในวินาทีที่แล้ว หรือวินาทีนี้ก็ตาม
                เธอนึกถึงนิทานเกี่ยวกับหมาป่าซึ่งหาทางจะจับกระต่าย เธอนึกถึงได้เพียงภาพลางๆที่ไม่มีจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุด เธอจำได้แค่เพียงว่ากระต่ายนั้นหลงรักพระจันทร์ หาทางทำทุกอย่างเพื่อจะไปหาพระจันทร์อันไกลแสนไกล เธอชอบมันมาก แม้จะรู้ว่าเรื่องเหล่านั้นไม่มีอยู่จริง เป็นแค่เรื่องโกหกที่พยายามทำทุกอย่างให้ลืมความหนักที่เธอแบกเอาไว้
                เธอจินตาการว่าตัวเองเป็นเพียงกระต่ายที่มองไม่เห็นเส้นทางไปสู่พระจันทร์ ใช่แล้ว...เธอรู้ว่าเรื่องราวหลังจากนั้นหากความรู้สึกในสัตว์มีอยู่จริง ก็จะจบด้วยน้ำตานองหน้าเพราะค้นพบความจริงอันโหดร้าย
                ปัจจุบันมักจะเป็นเรื่องราวแบบนั้น บ้างก็ดีแสนดี บ้างก็เลวร้ายสุดขั้ว มันมีรูปร่างที่ไม่อาจจับต้องหรืออธิบายได้ ทว่าก็เป็นแค่นามธรรมที่คอยแบ่งภาคตัวเอง ในทางทั้งภาพมายาแห่งความฝัน และภาพปีศาจร้ายแห่งความจริง ผ่านมุมมองที่เกิดขึ้นในตัวเธอเอง ในเวลานี้เธอจินตนาการเป็นสัตว์เดียรัจฉานโง่เขลาที่ไม่รู้จักเหตุผลจากอารมณ์ตัวเอง ซึ่งภาพเหล่านั้นก็ปูทอดอยู่เบื้องหน้าทุ่งสีราตรี ไหวหวั่นและเจือนจางคล้ายว่าจะหายไปได้อย่างง่ายดาย
                ความฝันน่ะ เป็นแค่ความสุขก็พอแล้ว
                เสียงเพลงพูดกระแทกกระทั้น ก่อนจะเคลื่อนไปสู้ตัวอักษรตัวใหม่ เธอรับฟังและสั่นสะท้านอย่างเลื่อนลอย บางทีเธอก็ไม่รู้ว่าภาพลวงตาที่เป็นเบื้องหน้าของการมองเห็น จะทำให้เธอมีความรู้สึกดีได้หรือไม่ เพราะเธอรู้ดีว่า ปัจจุบัน น่ะร่วมมือกับอดีตเสมอ และในวันที่เธอกำลังจมปลักอยู่กับอดีตกาล ปัจจุบันก็ทำหน้าที่ขับเคลื่อนสิ่งที่อยู่ลึกไปในหัวใจ ช่วยสร้างความเปลี่ยนแปลงของอารมณ์ เอ่อล้นเจ็บปวดจนแทบคลั่ง ซึ่งมันไม่มีทางยอมหยุดง่ายๆแน่นอน
                ปัจจุบันคือภาพลวงตา เธอควรจะคิดแบบนั้นใช่ไหม

                แต่ปัจจุบันก็เป็นเพียงอีกคน ที่ทำตามที่เธอต้องการ บางขณะที่เธอร้องไห้ มันจะเคยปลอบประโลมเธอ แต่ในบางเวลาที่บทเพลงนั้นเหนือการความหมายของตัวเอง ปัจจุบันจะเป็นหนึ่งในผู้ทำร้าย ซึ่งเธอเลือกที่จะสั่งและรับมันโดยรู้แค่เพียง บางทีในโลกแห่งการสูญเสีย และที่ๆปัจจุบันจะเต็มไปด้วยความเปลี่ยนแปลง มันอาจกำลังทำให้เธอยิ้มออกมาได้ แม้ว่าบางครั้ง มีเลือดจริงๆไหลซึมออกมาจากรอยแผลก็ตามที

 

 

                สายลมพัดเปลี่ยนทิศสยายไปเบื้องหลัง เธอมองไปสุดขอบฟ้าสีเทา ทว่าก็ยังไม่มีเแสงสว่างที่เธอรอคอยสาดส่องขึ้นมา เธอหันกลับมาจ้องท้องทุ่งสีฟ้าที่ราบเรียบไร้เรี่ยวแรงจะทานทนคลื่นสายลมอันหนาวเย็น เธอหัวเราะเริงร่า แม้จะเจ็บปวดไปทั้งหัวใจ อดีตกาลกำลังกล่าวอะไรบางอย่างให้กับปัจจุบัน ซึ่งเธอได้ยินแค่ว่า อีกไม่นานอดีตกาลจะกลับมาอีกครั้ง มาต่อเติมอารมณ์ความสุขที่เธอรู้ดีว่าเป็นแค่การทำร้ายตัวเอง
                เธอถามถึงฉัน กับอดีตกาล เขาตอบกับเธอว่า ตั้งแต่มีลมหายใจมาทั้งเขาและเธอก็ไม่เคยรู้จึกฉันแม้แต่ครั้งเดียว เขาบอกว่าฉันมีรูปร่างที่คล้ายกับปัจจุบัน  แต่ไม่เคยมีอยู่จริง มองไม่เห็น และเปลี่ยนแปลงจนถึงที่สุด เธอหัวเราะให้กับคำตอบที่ไม่เคยต่างไปจากเดิม
                เรื่องราวของเกิดขึ้นด้วยการตั้งนิยามอันหลากหลาย ย่อมไม่เคยให้คำตอบที่ชัดเจนได้เลยหากเธอไม่ได้เป็นคนตอบมัน และยอมรับคำตอบนั้น
                ฉันนั่งอยู่ข้างๆเธอ ใช่แล้ว เธอคงไม่เคยรู้จักฉัน แต่ฉันรู้จักพวกเขาดี ไม่ใช่ว่าอยู่กับเธอมาตลอดชีวิต แต่ฉันอยู่กับทุกอย่างบนโลกมาโดยตลอด แม้จะเป็นเพียงการคาดเดาก็ตาม
                เธอนึกถึงเรื่องราวของกระต่ายอีกครั้ง กระต่ายที่ขนสีขาวฟูฟ่องวิ่งหนีหมาป่าไปพร้อมกับจ้องแสงจันทร์ บางทีดวงกลมโตสีเหลืองบนฟากฟ้านั่นก็หายไปในห้วงขณะหนึ่ง แต่เจ้าขนปุกปุยสีขาวซึ่งวิ่งหนีไปสุดไกลก็ยังรอคอยจันทรกาล มันรู้เสมอว่าจะมีวันที่พระจันทร์ส่งแสงอีกหน
                เธอเชื่อว่ามันทำทุกอย่างเพื่อจะมีชีวิตอยู่ต่อไปก็ แค่เพียงคำโกหกของตัวมันเอง ซึ่งมันก็ไม่ใช่เรื่องเลวร้ายอะไร เพราะอย่างน้อยมันก็มีความสุขอยู่ไม่ใช่หรือ
               ฉันได้แต่มองเธอ ตอนนี้เธอคงไม่รู้ มันก็นั่งพักอยู่ข้างเธออีกตัว แม้ต่างคนต่างไม่รู้ว่ามีกันและกัน มันไม่เคยท้อแท้ทว่ากำลังจมปลั่กอยู่กับความผิดหวัง เธอทั้งสองยังคงมีลมหายใจ รอคอยวันพรุ้งนี้ไปเรื่อยๆ ยังคุยกับตัวเองอย่างไม่รู้เบื่อหน่าย แม้ว่าบางครั้งจะเต็มไปด้วยเสียงโอดครวญของน้ำตา กับหัวใจที่ดิ้นทุรนทุรายแบบเงียบๆ
                ฉันอยากจะบอกเธอเหลือเกินว่า วันเวลาเป็นเพียงแค่ทางผ่าน เพราะว่าสุดท้ายแล้วเธอจะมีความรู้สึกของตัวเองต่อทั้งฉัน อดีตกาล และกระต่ายน้อยตัวหนึ่ง เป็นเพียงแค่ ตอนนี้ ตอนที่เป็นปัจจุบันเท่านั้นเอง แต่เธอก็ยังไม่เข้าใจ เธอยังคงแยกเราออกจากกันด้วยเหตุผลของความแตกต่าง
                เธอนอนไปบนทุ่งร้าง จับมือคนแปลกหน้าทั้งหลาย นึกถึงไออุ่นที่ไร้ความหมาย หวังว่าพรุ้งนี้เธอจะตื่นมาพบกับฉันที่ดีกว่าวันวาน แน่นอนซักวันหนึ่งเธอจะลืมตาและพบว่าแสงแดดของแสงตะวันกำลังทอกลับมาอีกหน  แต่กว่าจะถึงเวลานั้นฉันก็ไม่รู้ว่าอีกนานแค่ไหน แล้วเธอจะอดทนมีลมหายใจกับตัวเองได้ถึงเมื่อไหร่

                แต่จะอย่างไรเธอก็คิดว่า ว่าการเดินทางทำให้เรามีชีวิต
                ฉันยินดีที่เธอเข้าใกล้สิ่งที่เธอเป็นไปอีกหน่อย แต่ว่าฉันรู้เสมอว่าอีกนานนักที่เธอจะรู้ว่าชีวิตคืออะไร
                ฉันปลอบประโลมเธอได้เพียงเท่านี้ เพราะเธอก็ยังหวังให้กับฉันอยู่ตลอดเวลา ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่ดี มันทำให้รู้ว่าอย่างน้อยเธอก็ยังไม่หมดหวัง ยังคงเดินก้าวไปข้างหน้าเสมอๆ ซึ่งแม้ในบางครั้งฉันจะพยายามบอกว่า ความหวังไม่ใช่สิ่งที่สร้างความสุขให้กับเธอเอง
                หลายครั้งที่ฉันอยากจะกล่าวขอโทษที่ฉันไม่เป็นดั่งใจเธอ แต่เธอก็ควรจะจำคำกล่าวอ้างของฉันไว้บางเรื่อง อนาคต อย่างเราเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเพราะการคาดเดาเท่านั้นเอง ตัวฉันไม่อาจคงอยู่ได้อย่างแน่นอน ฉันไม่ใช่ภาพลวงตาที่เกิดขึ้นจากตัวเธอเอง อีกทั้งไม่ใช่เหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ฉันเป็นเพียงแค่บุคคลที่มีตัวตนเพียงเพื่อการทำนาย เพื่อสร้างความหวังอันจอมปลอมให้กับพวกเธอ ซึ่งมันก็เป็นกุศโลบายที่ดีที่ทำให้โลกนี้สดใสขึ้น ฉันเห็นด้วย แม้จะเป็นแค่เรื่องราวโง่เง่าของคนที่พยายามสร้างสรรค์ให้กับสังคมก็ตามที

                 เธอฟังเพลงไปเรื่อยๆ มองสุดขอบฟ้า และจมอยู่กับเบื้องหลังของตัวเอง จิตนการเป็นกระต่ายน้องที่อ่อนแอ ซึ่งหวังอยู่ลึกๆว่าอยากจะถูกหมาป่าขย้ำไปให้เสียพ้นๆ ทว่าเธอก็รู้ดีว่าเธอยังคงมีลมหายใจ และมีชีวิตเพียงเพื่อจะมีความสุข กับเรื่องของภาพลวงตา เธอถามตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าถึงความเชื่อแบบนี้ แต่เธอก็รู้ดีว่าเรียนรู้มามากพอที่จะตัดสินใจความคิดของตัวเองเสมอๆ
                ฉันยืนอยู่ไกลๆ แม้จะนั่งอยู่ข้างๆเธอ
                ฉันคือเรื่องน่าอัศจรรย์ที่คอยจะทำลายของความน่าจะเป็นอยู่เสมอๆ
                ฉันเป็นเพียงอีกคน ที่ทำตามที่เธอต้องการไม่ได้ แต่บางขณะที่เธอร้องไห้ ฉันจะเคยปลอบประโลมเธอ ในบางเวลาที่บทเพลงนั้นเหนือการความหมายของตัวเอง ฉันก็จะเป็นหนึ่งในผู้โอบกอดเธอแทนขุนเขาและเงาเมฆ ซึ่งเธอไม่ได้เลือกที่จะสั่งและรับมันแต่อย่างใด แม้ฉันจะเต็มไปด้วยความเปลี่ยนแปลง แต่ก็คิดเสมอว่ากำลังทำให้เธอยิ้มออกมาได้ แม้ว่าบางครั้ง จะมีปัจจุบันคอยขวางกั้น และเติมร้อยร้าวให้กับเธออย่างช้าๆ

                เธออยากหลับลึกและจากหายไปพร้อมกับเสียงเพลง

 

 

 

 

 

 

 

 

                และเธออยากตายในวันที่กระต่ายเดินทางไปถึงพระจันทร์
                ตอนนี้เธอคิดแค่นั้น......

 

 

 

 

+++++++++++++++++++++++

จันทรกาล รัติขาว 28/6/09

อันที่จริงอยากจะเขียนเป็นบทความมากกว่านะครับ จะได้ต่อกับตอนแรกที่เกี่ยวกับ "แด่ความไร้สาระของข้าพเจ้า: กาลเวลา ณ อดีต" ซึ่งตอนนั้นผมคิดว่าจะตั้งชื่อเรื่องนี้ว่า "แด่ความไร้สาระของข้าพเจ้า: กาลเวลา ณ ปัจจุบัน"แต่อารมณ์ตอนนั้นพุ่งพล่านพอดี เลยกลายเป็นเรื่องราวปรัชญาหนักๆที่อนาคตเป็นคนเล่าเรื่องเสียมากกว่า...ทว่าจริงๆมันก็แค่การพูดคุยกับตัวเองเท่านั้น ไม่เห็นจะต่างอะไรกับ บทความ แด่ความไร้สาระของข้าพเจ้า แม้แต่น้อย

ไม่ได้มาอัพบล็อกเป็นเดือนๆเลยนะครับเนี่ย พอดีไม่ได้ให้เวลามันเท่าไหร่นะครับ เอาเวลาไปทำหนังสั้น กับเขียนนิยายเรื่องยาวมากกว่า  พออารมณ์ขาดตอน(พอดีนิยายออกจะกระดี๊กระด๊าน่ะ) กลับมาดาร์ค เลยเพลาๆนิยายไป หันกลับมาเขียนเรื่องสั้นหรือนิทานอีกซักสองสามเรื่อง ซึ่งจริงๆถ้าไม่ติดอะไรก็คงเอามาลงเรื่อยๆแล้วแหละครับ

หนังสั้นทำเสร็จแล้วครับ ลงคลิปเมื่อไหร่จะเอามาลงให้ชมกันนะครับ ส่วนนิยายก็บทที่ 9 เองน่าจะจบ บทที่ 12 ชื่อเรื่อง ก็คิดไว้แล้วเหมือนกันนะ แต่ต้องดูอีกที

แล้วก็มีเรื่องสั้นในมือที่ไม่ได้ลงตั้งแต่เขียนนิยายตอนนั้นอีกเยอะเลย กลับมาอ่านดูแล้วกำลังรู้สึกแบบ เหมือนเห็นตัวเองตอนเด็กยังไงยังงั้น ตอนนี้ผมกำลังขัดเกลามันอยู่ และคิดว่าตัวเองยังอ่อนหัดอยู่เสมอ

 

อาตอนนี้ ...เปิดเทอมแล้ว สงสัยงานตอนเรียนคงจะหนักกว่านี้แน่ๆเลย เอาเป็นว่าผมจะพยายามให้บล็อกไม่ร้างไปกว่านี้แล้วล่ะกัน ขอบคุณที่ยังจำกันได้ แล้วอ่านจนจบนะครับ

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ยังจำได้ครับ...
เพราะอดีตกาลไม่ลบเลือน

วันสุดท้ายที่ความทรงจำจะแห้งขอด
คือวันที่กระต่ายเดินทางไปถึงพระจันทร์
และเธอไม่โดดเดี่ยว


confused smile
แวะมาเยี่ยมครับ หวังว่าคงสบายดี อยากเห็นหนังสั้นเรื่องที่ว่าจังครับsurprised smile

#2 By Ripley on 2009-06-29 15:05

อดีตกาลไม่ลบเลือน เพราะคนเราเลือกที่จะมีความทรงจำ big smile

หายไปนานเชียว กลับมาเปิดเทอม ไม่ได้ไปดูหนังกันเลย 555+