รักเริ่มเลือด
posted on 24 Nov 2008 15:24 by crozzaxmoon in BSL-Hillท่ามกลางเปลวเพลิงที่ปราดปลายหญ้าจรดฟ้า เราทั้งคู่ดิ่งสู่ความวอดวาย ภายใต้ใบหน้าอ่อนแรงของเราทั้งสอง เธอก้มหน้าร้องไห้ และหัวเราะบ้าคลั่ง แสงเพลิงวูบไหว น้ำตาระเหยด้วยไอร้อน เสียงลุกไหม้โหมกระหน่ำ หัวใจฉันกำลังหลอมละลายไปกับเศษเสี้ยวที่แตกสลายเหล่านั้น แล้ว..เธอล่ะ แล้วเธอเล่า
***
ฉันย้อนวันคืนที่เหลือเพียงกลิ่นหอมหวานระทนขมขื่น เรื่องมันเริ่มต้นจากไหน และจบลงด้วยสิ่งใดนั้นฉันไม่เคยเดาได้เลย บนท้องทุ่งที่ลุกไหม้อยู่นี้ เคยเกิดเหตุการณ์แบบเดียวกัน มันเกิดขึ้นกับปู่ของปู่ฉันซึ่งทั้งสองเหตุการณ์ ก็ทิ้งไว้แต่เพียงความผูกพันที่แสนเบาบางบนความงดงามซึ่งปั้นแต่งด้วยคาวเลือด ราวกับอนุสาวรีแห่งความโศกเศร้าที่ตั้งไว้ให้เราจดจำ
ค่ำคืนที่เราพบกัน นักกวีอย่างฉันรำพึงไว้ในอดีตกาล ในกลิ่นอายเบาบางที่สายตากระซิบได้ยิน หัวใจของฉันถามว่า มันคือความรักใช่ไหม และมันก็ตอบว่าแน่นอน มิตร และความหลงใหลที่คละเคล้าอย่างลงตัวจนพอดีแบบนี้ไม่มีคำกล่าวได้สวยหรูไปกว่าคำว่า รัก
ยามใดที่เธอสุขใจโลกก็ดูเหมือนยิ้มแต่งแต้ม เวลาเธอเศร้าฝนจะตกพร่ำร่ำไห้ แต่บางคราวในดวงตาขอเธอ ความมืดกำลังเริงระบำไม่รู้จบ ดั่งกลางคืนฤดูหนาวอันยาวนานที่ทิ้งไว้เพียงก้อนน้ำแข็งแข็งกระด้าง ราวกับที่แท้แล้ว เธอไม่เคยมีหัวใจให้แก่ทุกๆอย่าง แม้กระทั่งสิ่งที่แสนอบอุ่นอย่างคำว่า...รัก
***
บนท้องทุ่งนิทราสีส้มจากเพลิงอันลุกไหม้ ลมหายใจรวยรินของฉันก้องเบาบางแทบพื้น ฉันมองท้องฟ้าซึ่งนิ่งงันราวกับไม่รู้จักกัน รำพึงถึงวันนี้ที่ความเจ็บปวดแตกซ่านหยดไหลออกจากร่างกายอย่างเชื่องช้า ทุกครั้งที่สูดอากาศกระเสือกกระสนจะมีชีวิตอยู่ แม้เพียงน้อยนิดของลมที่เข้าสู่ร่างกาย ดาบเล่มเล็กนับพันจะผุดขึ้นภายใต้ความรู้สึกพุ่งกระหน่ำซ้ำเติมให้ปวดร้าว
เลือดอุ่นๆไหลท่วมไปทุกที่ มันเลอะทะลักท่วมความสัมผัสทุกส่วนของร่างกายฉัน แต่ต่อให้มันพุ่งสาดมากมายเพียงใด ต่อให้น้ำตาของฉันไหลจนหยดสุดท้ายขนาดไหน
ก็ไม่อาจดับเปลวไฟได้เลย
***
ทุกอย่างเดินไปตามย่างก้าวที่เราหวังกันไว้ แต่ความสงสัยของฉันได้ก่อร่างสร้างตัวขึ้นและทำลายคำว่าเราไปตลอดกาล
แม้ว่าฉันคิดว่าฉันเข้าใจความเป็นไปของโลกนี้ แต่เมื่อเผชิญกับตัวเอง ฉันกลับทำอะไรไม่ได้เลยนอกจากจะรู้สึกทรมานทุรนทุรายอยู่ในความผิดหวัง
อะไรทำลายความรู้สึกของตัวเธอ ความชั่วร้ายจากขุมนรกไหนก่อร่างสร้างตัวเธอขึ้นมา ฝันร้ายที่ไม่มีวันตื่นมีคตัวตนอยู่บนโลกนี้จริงๆหรือ
ตกลงเธออายุเท่าไรกันแน่
ตกลงเธอไปอยู่บนรูปถ่ายปู่ของปู่ฉันได้ยังไง
และต่อให้รู้คำตอบนั้น มันก็ไม่อาจดับเปลวไฟได้เลย
***
คืนนี้ คืนก่อนที่เราจะแต่งงานกัน เราไม่เคยสนใจตำนานของทุ่งหญ้านี้ ทุ่งหญ้าสีเทาซึ่งสะท้อนดวงดาวระยิบระยับนั้น มันเป็นที่สวยงามเกินกว่าฉันจะอยากรับรู้ว่ามันเคยมีฝันร้ายเกิดขึ้น เราจ้องมองไปจรดขอบฟ้า เรานั่งพิงกันและกัน นับเดือนดาวไปกับสายลมเงียบเหงา
ช่างน่าขัน ราวกับว่าไม่ใช่เรื่องจริง เมื่อไม่กี่นาทีนี้ มันก็กลายเป็นความทรงจำที่ไม่อาจลืมได้เลย และที่น่าขันที่สุด ก็คงที่ว่า มันยังคงสวยงามแม้วินาทีนี้จะดูราวกับซากศพเหลกเหลว
เสียงหัวเราะดังก้องฟ้า ทำลายควาามเงียบและหัวใจของฉัน มันช่างยาวนาน ประหนึ่งว่า ในตอนนี้ฉันกำลังหวาดกลัว กับสัญชาตญานดิบของสัตว์ร้ายอันเริงร่า ราวกับเป็นการบทบรรเลงเพลงเชื่องช้าของปีศาจในเงามืด
ความสงสัยทำให้ฉันเค้นหาคำตอบ ภาพปู่ของปู่ฉันได้ทำลายทุกอย่างลงอย่างรวดเร็ว บนใบหน้าของเธอ ดวงตาอันงดงามเปลี่ยนเป็นสีขาวสด รอยยิ้มฉีกขึ้นไปกว้างเสียจนดูเหมือนว่ามันจะลึกไปถึงใบหู ถึงกระนั้น ตัวเธอภายใต้แสงจันทร์ ณ ค่ำคืนนี้ ยังคงไม่เปลี่ยนไปจากวันที่เราพบกัน เธอจะยังคงเป็นนางฟ้าอยู่อย่างนั้น
แม้กระทั่งยามเธอร่ายรำทวงแทงลำตัวของฉัน มันก็ยังไม่ต่างจากนางฟ้าทีร่ายรำบนสรวงสวรรค์ ปลายมีดอาบเลือดจากตัวฉันเองกวัดแกว่งไปมา และทุกครั้งที่มีดหายไปจากสายตาของฉัน ความเจ็บปวดของฉันจะค่อยๆหลุดออกไปชิ้นเล็กชิ้นน้อย ก่อนฉันจะล้มลงไป ตาข้างซ้ายก็มองไม่เห็นอีกตลอดกาล
เลือดพุ่งกระชากออกจากร่างกายย้อมกลิ่นคาวขมปร่าไปทั่งร่าง ฉันร่วงไปอย่างไร้เรี่ยวแรง พุ่งชนกับกำแพงที่กว่าจะรู้ว่าเป็นผืนดินเย็นชืด ก็แทบจะไม่รู้สึกตัวแล้ว ความเจ็บปวดข้นคลั่งพุ่งกระจายออกจากรอยแผลช่วงชิงเอาความรู้สึกไปจนหมดสิ้น ลมหายใจปนคาวเลือดท่วมใบหน้ากลบปาก ฉันสำลักกลิ่นเหล็กของเลือดสีสด และจึงสูดหายใจที่ดูเหมือนจะจากฉันไปทุกที
ฉันยังคงอยากมีชีวิตแม้ว่าทุกๆครั้งที่พยายามยื๊อมันไว้ มันจะทำให้ฉันเจ็บปวดก็ตาม
ไฟโหมลุกท่วมฟ้า กระหนาบเราทั้งสองเข้ามาทุกที อีกนานแค่ไหนนะที่ไฟเหล่านี้จะมอดไหม้ ทำลายตัวฉันไปจากโลกนี้จริงๆ
ดวงตาข้างขวา จ้องมองท้องฟ้า ที่ดวงดาวยังคงเป็นดวงดาว ดวงจันทร์ก็ยังเป็นดวงจันทร์ มีแต่เราที่เปลี่ยนไป..อย่างเชื่องช้า
"ฉันอยากล่อลวงคุณให้นานกว่านี้ เพื่อต่อเติมความสุขของฉันให้เต็มที่ แต่ว่าเมื่อมันเกิดเรื่องที่เธอไม่อาจเข้าใจได้ ฉันก็คงต้องลงมืออย่างเลี่ยงไม่ได้" เธอเอ่ยขึ้น เสียงนั้นฟังราวกับกระซิบ แต่มันกับชัดเจนเสียยิ่งกว่าสิ่งใด
เสียงหัวเราะน่ะฉันรู้ว่ามันคงมาจากความสุข แต่ฉันไม่เข้าใจน้ำตาของเธอ กระนั้น เมื่อฉันพยายามส่งเสียง ความเจ็บปวดจะดึงเอาพลังนั้นไปเสียดื๊อๆ แต่เธอก็เป็นคนตอบคำถามฉันเอง
"ความเชื่อสร้างสิ่งที่ฉันทำขึ้นมา เหมือนกับเธอที่เชื่อ แสงแดด ดอกไม้ ใบหญ้า ฉันเพียงแค่ซื่อสัตย์ต่อความรู้สึกและความเชื่อที่สร้างฉันขึ้นมา เรื่องราวของปู่ของปู่คุณ ถึงมันจะเป็นตำนาน แต่เรื่องก็เกิดจากฉัน... อีกไม่นานคุณจะได้รู้แล้ว อีกไม่นานนักหรอก"
ฉันฟังถ้อยคำเหล่านั้นอย่างเงียบๆ
"ฉันยังคงเสพติดความสูญเสีย ราวกับว่าสติที่แตกสลาย ติดใจกับความเจ็บปวด แล้วเธอรู้ไหมว่าเจ็บอะไรที่มันยอดเยี่ยมที่สุด มันก็คือการทำลายหัวใจน่ะซิ ฉันไม่มีญาติ ไม่มีเพื่อน สิ่งที่ต่อเติมและจะทำให้สูญเสียได้เจ็บแปลบที่สุด ก็คงมีเพียงแค่ความรักถูกทำลายไปอย่างเฉียบพลัน"
ทำตามความเชื่อ...เพื่อความสุข....มันก็แค่ความเห็นตัวดีๆนี่เอง แต่ฉันก็โกรธเธอไม่ลง ทั้งเรื่องนี้และเรื่องไหนๆ
"ฉันจะแทงหน้าเธอ
ฉีกกระชาก แขนขาของเธอ
เพื่อจะเสพติดเพียงความสูญสิ้นจากเธอ"
เธอเริ่มวนเวียนประโยคนี้ราวกับบทสวด...แต่มันช่างไพเราะ เหมือนดั่งท่วงทำนองขับร้องของนางฟ้าที่ขับขานซ้ำไปซ้ำมาไม่รู้จบ ฝันร้ายกำลังประกาศก้อง เปลวไฟพุ่งเข้ามาหาเราทั้งสองไปทุกทีทุกที
น้ำตาของเราทั้งคู่ยังคงรินไหลอาบดวงตาเกราะเลือดของฉัน ไหลเป็นทางบนแก้มอ่อนนุ่มของเธอ แต่ฉันไม่อาจยิ้มได้เหมือนเธอ ความรู้สึกเจ็บที่ตรงกลางหัวใจดึงรั้งฉันไว้ไม่ให้รู้จักความสุขแบบเธอ ตอนนี้ฉันกำลังทุกข์ทนกับสิ่งที่แสนเจ็บปวดที่สุดซึ่งคงเป็นแค่การจำเธอไม่ได้อีกในชาติหน้า มันทำร้ายฉันมากกว่าความรู้สึกอื่นๆ ถ้าเธอรู้ว่ามันมีเจ็บปวดแบบนี้อยู่ เธอจะยอมฆ่าตัวตายเพื่อความสุขเพียงครั้งเดียวนี้ไหมหนอ แต่ฉันเองก็อยากมีชีวิตอยู่เพื่อเสพความเชื่อของฉันต่อไปไม่ใช่หรือ....เธอก็คงเป็นเช่นนั้น
..ไม่มีใครอยากสูญเสีย...
และนั่นคงเป็นความเจ็บปวดที่สุดแล้วสำหรับเราสองคน ไม่ซิ อาจทั้งหมดในโลกนี้
กลิ่นไหม้ฟุ้งกระจายสัมผัสกับตัวฉัน ทว่ากลิ่นเถ้าทุลีก็ไม่อาจเทียบได้กับกลิ่นเลือดซึ่งย้อมร่างฉันมานานเท่านาน
นางฟ้าของฉัน น้ำตาของฉัน น้ำตาของเธอ บทสวดของเธอ เสียงหัวเราะเสียสติของเธอ ฉันคงไม่เข้าใจอยู่ดี ใช่ไหม ยัยนางฟ้าฆาตกรที่รักของฉัน
"มันก็แค่การกระทำเพื่อตัวเอง ที่รัก...มันก็แค่นั้น และมันไม่อาจเป็นความรักใช่ไหม...ยังมีความเจ็บปวดที่ยอดเยี่ยมกว่านี้ใช่ไหม"เธอถามกับฉันหลังจากพูดประโยคซ้ำๆนั้นเสร็จสิ้น
ฉับพลันฉันก็เอาชนะความเจ็บปวดได้เปล่งเสียงที่เค้นออกมาว่า "แล้วเธอ คิดว่ามันต่างกันยังไงเหรอ ความรักจอมปลอมอันหลอกลวง กับความรักบริสุทธ์ที่แสนงดงาม สำหรับนักกวีอย่างฉัน สิ่งที่แท้จริงคือความรู้สึก ที่รัก...อย่าคิดเลย มันก็เหมือนกับความอยากเสพติดเธอนั่นแหละ"
เธอเลิกคิ้ว ทำหน้าฉงน "คุณแปลกเหลือเกิน แปลกเกินไปจริงๆด้วย คุณไม่เหมือนคนอื่นๆที่ฉันเคยรัก และทำลายมันมา คุณไม่โกรธฉันบ้างหรือไง ที่พรากชีวิตของคุณไป"
"สิ่งที่แท้จริงคือความรู้สึก...ที่รัก"
หยาดฝันจึงตกลงมา พร้อมกับฝนสีเทา
ช่างเป็นวันที่แปลกประหลาดเหลือเกิน
ลมไหววูบ สะท้อนเสียงกระทบกราวของใบไหม้ หัวใจของฉันระโหยโรยแรง อีกไม่นานมันก็คงหยุดทำหน้าที่ที่มันได้รับมอบหมายมาทั้งชีวิต ฉันหลับตาลง สัมผัสเลือดเย็นเยียบรอบร่างกายและมืออันอบอุ่นของเธอ กลิ่นเลือดยังคงขมปร่ามอดไหม้ไหลเวียนต่อไป ความเงียบปกคลุมทุกๆอย่างเอาไว้เหลือเพียงแต่หยาดน้ำตาจากฟ้าเท่านั้นที่บรรเลงคลอไปกับบทสุดท้ายของชีวิต
ฉันลืมตาขึ้นมา เธอจากไปแล้ว....
ฉันมองไปบนท้องทุ่งต้องสาปที่กว้างจรดฟ้า มันยังสะท้อนแสงดาวไปแบบนั้น ลมหนาวยังคงพัดไปแบบนั้น ทุกๆอย่างดำเนินยังเป็นไปแบบนั้น
แม้สายฝนจะกระหน่ำซ้ำร่างที่พรุนด้วยบาดผลซ้ำแล้วซ้ำเล่า
แม้หัวใจจะจมกองเลือดเกรอะกรัง
แต่โลกนี้กำลังยิ้มให้ฉัน....
Crozzax,รัตติกาลสีขาว 23/11/2551
++++++++++++++++++++++++++++++++
แทนที่จะสยอง กลับสวยงามจนได้...เอาเถอะครับ มันก็ยังดาร์คอยู่ดี
เรื่องนี้ตีความง่ายๆนะครับผมว่า เพราะมันมีเฉลยอยู่ในตัวเองอยู่แล้ว ทั้งเรื่องฝน เรื่อง ไฟ เรื่องโลกที่กำลังยิ้มให้ เรื่องการเลือดน้ำตา และคำตอบที่ไม่อาจดับไฟได้ เรื่องการดับไฟของฝน เรื่องการเปลี่ยนแปลง และเรื่องความเชื่อ
...สิ่งที่แท้จริงคือความรู้สึก แต่ที่แท้จริงกว่านั้นคือปัจจุบัน เพราะเรารู้สึกให้กับปัจจุบัน
ในเรื่องนี้.กล่าวถึงสิ่งแท้จริง...สิ่งที่แท้จริงของอะไร... ผมอยากให้คนที่อ่านจบตอบให้หน่อยนะครับ
แล้วก็แนวคิดของเรื่องนี้ก็ง่ายๆเลยครับ ความรักบริสุทธิ์(ผมแทนเป็นกวี)ความวิปริตอันบริสุทธ์(ความเชื่อที่แตกต่างจากผู้อื่น)คงมีเรื่องตามแนวคิดมาอีกแน่ครับเพราะผมตั้งใจจะประชด หนังสือแนวboy love girl love ไม่ก็พวกรักๆไคร่นั่นแหละครับ (กะทำเป็นซีรี่ๆซะหน่อย ชื่อซีรี่ก็คง Blood spot love story : รักวุ่นวาย ของยัยฆาตกร)ดังนั้น อาจได้ยลโฉมปีศาจ "เธอ" อีกอย่างแน่นอน
เรื่องนี้ผมให้ความรู้สึกของตัวเองนำไปน่ะครับ แสดงตัวเองเป็นปีศาจ และเจ้ากวีคนนั้นไปมาๆ อาจยังดูไม่ค่อยธรรมชาติไปบ้าง แต่ผมจะพยายามแต่งให้ถึงอารมณ์กว่านี้ เคยคิดอยู่เหมือนกันว่า นั่งเขียนเรื่องสั้นคงต้องแสดงละครให้เป็นด้วยนะเนี่ย
เมื่อก่อนผมเคยพูดตอนชม.งานศิลปะว่า "เวลาวาดรูปแบบนี้ ก็เหมือนเขียนเรื่องสั้นแหละ มันต้องมีอารมณ์เขียน กุเลยเก็บไว้ก่อน" เพื่อนตอกกับมาว่า "ศิลปินเก่งๆจะสร้างอารมณ์เอง..."แล้วมันก็ลงมือทำตอนนั้นเลย ซึ่งตอนนั้นผมน่าจะพูดไปว่า "แล้วมึงเก่งมาจากไหน " ขนาดนักแต่งเพลง(ใบ้ให้ว่าของเบเกอรี่มิวสิค)ยังต้องรอ 2 ปีกว่าจะได้อารมณ์เขียนครบสิบเพลง[ซึ่งดันแต่งได้ตอนกลับมาจากเมืองนอกเพื่อไปหาแรงบันดาลใจซะอีก]
แต่ก็อย่างที่คณบดีผมว่า ศิลปะจะมีคุณค่าก็เพราะฝีมือของศิลปิน(ในการสื่อให้ได้อารมณ์) ต่อให้คุณมีอารมณ์ร่วมในการทำงานมากแค่ไหน ฝีมือไม่เอาไหนก็เป็นได้แค่ของที่ดีแค่ความพยายาม ดังนั้นใครๆก็ต้องฝึกๆๆๆๆ (งานใน ม. เลยเยอะไงล่ะครับ) เพื่อจะได้สร้างผลงานที่เป็นศิลปะ ที่มีคุณค่า
ผมเองช่วงนี้ไม่ค่อยให้เวลากับการแต่งเรื่องสั้นเหมือนแต่ก่อนแล้วล่ะครับ ไปทุ่มให้กับหนังสั้น ไม่ก็งานในม.เสียมากกว่า (ผมจะไม่พูดว่าไม่มีเวลา แต่จะพูดว่าไม่ได้ให้เวลา นับจากนี้เป็นต้นไป) หนังนั้นถ้าเพื่อนลดขนาดไฟล์ลงอัพลงแล้วจะมาให้ดูครับ
หวังว่าอีกไม่นานผมจะมีอารมณ์ และก็เวลากับการเขียนเรื่องสั้นให้มากขึ้น จะได้พบกันอีกเร็วๆไงครับ โชคดีนะครับ
Crozzax,รัตติกาลสีขาว 24/11/2551
)

#1 By redtear on 2008-11-24 16:52