ห้องกระจก

posted on 27 Apr 2008 21:50 by crozzaxmoon  in Moon-Hill
 

 

                เขากำลังถูกบีบอัดด้วยผนังสี่เหลี่ยมสีเทา กำแพงแต่ละด้านหดรัดเข้ามาเหมือนกับดักในโบราณ เขาออกแรงกล้ามเนื้อทั้งหมดยั้งผนังสองด้านเอาไว้ กระดูกเคลื่อนตัวจากทุกที่ ความเจ็บปวดจากแขนซ้ายกระชากสติประสาทอย่างจัง ความเมื่อยล้าเริ่มมาแทนที่ความฮึดสู้ จิตวิญญาณแห่งการเอาตัวรอดคคจรจายดั่งเกสรที่ปลิดปลิว

                ทันใดนั้นร่างของเขาก็พุ่งออกจากช่องสี่เหลี่ยมเล็กๆนั้น โดยไม่รู้สึกตัวแต่อย่างใด  ทำได้แต่มองห้องสี่ด้านให้เป็นกระจกสี่เหลี่ยมใส และเขาก็ยังเห็นร่างตนเองอยู่ในนั้น...

***

                เขาลืมตาสะเก็ดเหงื่อผุดขึ้นเต็มผิวหนัง นี่หรือฝันหลังวันสอบวัดผลประจำชาติ  แต่เมื่อมองไปรอบๆก็พบแต่ห้องแห่งความจริงที่ไม่มีวันบีบเข้ามา เขาลุกขึ้นจากเตียงนอนด้วยสภาพทุลักทุเล โลกดูเหมือนจะเอียงไปทางซ้าย แต่หัวของเขากลับเอียงไปทางขวา เสียงกระสันตึ๊บในหัวสร้างความปวดร้าวให้กับเขา และเมื่อแสงวาบของไฟนีออนกระทบสายตาที่ชินกับความมืดไมเกรนอีกลูกก็ระเบิดความเจ็บปวดอีกระลอก เขาถอดกางเกงชายเลออกไป เอื้อมมือไปหยิบเอากางเกงยีนส์ที่มีปลายขาขาดรุ่งริ่งมาใส่

                เขาดูนาฬิกาสีเงินบนข้อมือ เข็มที่สั้นที่สุดชี้ไปที่กึ่งหนึ่งของเลขเก้า นั่นไม่ใช่เวลาที่เขาควรตื่นซักเท่าไร ดูจากสภาพของบบ้านที่อึมคลึมแล้วพ่อแม่และน้องคงไม่ได้กลับมาจากข้างนอก แปลว่า พวกเขากำลังสนุกสนานกับการชอปปิ้งไม่ก็กินอาหารอันแสนอร่อยเป็นเวลานาน

                เขากินอาหารมาแล้วตั้งแต่หกโมงเย็น และยังเป็นคนปฏิเสธเองที่จะไปกินข้าวนอกบ้านในเช้านี้ เพราะมีเรื่องที่ต้องนั่งค้นคว้าเกี่ยวกับทางเลือกอนาคตในมหาลัยอีกด้วย

เวลาสิบนาทีร่วงเลยไปกับการจัดเก็บบ้าน หาของ และออกเดินทางไปหาเพื่อนที่นัดกันไว้

                อันที่จริงเขาอาศัยอยู่นั้นไม่ใช่บ้านแต่เป็นคอนโดที่สูงเลียดสามสิบเก้าชั้นแต่จะอย่างไรก็ดี สำหรับเขาแล้วที่นี่ก็ดูเป็นบ้านที่อบอุ่นอยู่เสมอ เขาก้าวออกไปนอกห้องกดลิพท์รอไว้ หลังจากหยิบเอ็มพีสาม เสียงเตือนของก็ลิพท์ดังขึ้น แล้วเขาจึงก้าวไปในห้องสี่เหลี่ยมสีเทานั้น  โดยไม่รู้ว่ามันจะเปลี่ยนชีวิตเขาไปตลอดกาล

***

                วินาทีแรก หูยังฟังเพลงไปเรื่อยๆโดยไม่ใส่ใจอะไร แต่ในนาทีต่อมาเขาก็รู้สึกว่าตัวเองหนักขึ้นเรื่อยๆซึ่งแปลกหากเรากำลังเคลื่อนที่ลง เมื่อมองดูไฟตัวเลข ลิพท์กลับพุ่งขึ้นแทนที่จะลงไป ตอนแรกเขาคิดว่าเขาคงลืมกดทำให้ลิพท์ไปรับชั้นอื่นแทน เขาเลยจงใจกดลิพท์ชั้นบนล่วงหน้าไว้ 5 ชั้นกะว่าจะรอลิพท์ใหม่เพื่อกดลงให้ทัน แต่มันกลับไม่หยุดราวกับว่าต้องการให้เขาพุ่งขึ้นไปเรื่อยๆ

                เขาประหลาดใจอีกครั้งเมื่อมันเลยเลขสามสิบเก้าอันเป็นชั้นสุดท้ายของบ้านเขาแล้วด้วย เมื่อไม่อาจทำอะไรได้ เขาก็นั่งจ้องไฟบอกชั้นจนกระทั่ง...มันหยุด...มันหยุดอยู่ชั้นที่ ก้าวสิบก้าว และเมื่อเสียงสัญญาณเตือนดังขึ้น เขาก็จ้องไปที่ประตูซึ่งแง้มออกอย่างช้าๆ

 ฉับพลันควันสีขาวก็พวยพุ่งจากข้างนอก

                "สวัสดี ลพ ยินดีที่ได้รู้จัก ข้าไม่คิดว่าจะมีคนอยู่นะเนี่ย"เสียงเข้มมีอำนาจดังขึ้นพร้อมผู้ที่ปรากฏตรงหน้า คือชายผิวเข้มใส่ชุดสูทสีขาวจรดตัว ขนาดพื้นรองเท้ายังเป็นสีขาวเลย ลพทำน่าสับสนไม่รู้จะพูดอะไรดี

                "เออคือคุณ...คือใครเหรอครับ รู้จักผมได้ยังไง"ชายผิวเข้มพูดยิ้มพลางมองไปที่ปุ่มสวิตชั้นข้างหน้า

                "อ่านใจผมได้เหรอครับเนี่ย"

                "เปล่า อย่างน้อยข้าก็เจอคนอย่างเจ้ามาเยอะพอล่ะ"ชายผิวเข้มหันมามองหน้าลพด้วยกริยาสบายๆ

                "แต่คุณยังไม่ได้ตอบคำถามแรกผมเลย"

                "บางทีความเงียบคงจะช่วยตอบคำถามเจ้าได้นะ ลพ อย่างน้อยเจ้าก็คือคนที่ข้าสร้างล่ะกัน รู้ไว้แค่นี้พอ...จริงๆสร้างไว้นานพอดูแล้วด้วย ประมาณเมื่อกาลเวลาและจักรวาลเกิดซัก 12 ล้านล้านล้านปีเห็นจะได้...อย่าไปบอกใครล่ะว่าข้าพูดเรื่องนี้"ประโยคสุดท้ายนั้นเขากระซิบบอกเด็กชาย

                "อา...แล้วคุณ เอ่อ...ท่านรู้รึเปล่าว่าทำไมลิพท์มันขึ้นมาชั้นนี้ได้"

                "ก็ข้าเรียกมาเอง ไม่ต้องห่วงมันลงชั้นหนึ่งชั้นเดียวกับเจ้าแน่ๆ ขออภัยที่เสียเวลาเล็กน้อย เดี๋ยวมันจะกลับมาเป็นปกติ"

                "แล้วท่านจะลงไปทำอะไรหรือ"

                "ข้าคิดว่าคงมีคำถามที่ยิ่งใหญ่กว่านี้สำหรับเจ้าแน่ๆ"

            "อา...งั้นเอาคถามนี้ดีกว่า ท่านสร้างผมมาทำไม"

                "...เจ้าเล่นคำถามหลุดโลกเลยนะเนี่ย ข้าคิดว่าเจ้าน่ะ อ่านปรัชญามากไปหรือเปล่า"ชายผิวเข้มหันมาหาลพแล้วจึงพูดต่อว่า"ที่ข้ากับเจ้ามาเจอกัน มันคงมีความหมายบางอย่างใช่ไหม?"

                "ความหมายนั้นอาจเป็นการทำให้ผมพบคำตอบที่ผมสงสัยมานานก็ได้"ลพเลิกคิ้วมองเพดาน

                "อา...งั้นเจ้าลองถามข้ามาซิ เผื่อข้าจะตอบได้"

                "ผมมีคำถามหนึ่งอยากรู้มากๆ....ถ้าท่านสร้างผมมา ท่านรู้ไหมว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้ในชีวิตผม"

                "บ๊ะ...ทำไมใครๆที่ข้าเจอต้องถามเหมือนเจ้าทุกคน เรื่องพวกนี้ข้าตอบเจ้าไม่ได้หรอก"

เวลาผ่านไปเกือบอีกสิบนาทีกับการถามไถ่และการไม่มีคำตอบใดๆ

เหมือนกับว่าถ้าถามชายผิวเข้มเกี่ยวกับเรื่องชีวิต หรือเรื่องราวอนาคต เขาจะทำเป็นไม่รู้ถึงมัน แต่อย่างไรก็ดีเขาก็ยังยิ้มอย่างอบอุ่นทุกครั้งที่ลพถามหรือหันไปหา

และเมื่อกำแพงแห่งความอดทนลายลง ลพก็กล่าวว่า

                "ผมควรจะถามอะไรดีเนี่ย"

                "ข้าว่าเจ้าน่าจะรู้ดีนี่ ว่าเจ้าต้องการถามอะไรมากที่สุด"

                "เป็นงั้นไป พูดตามตรงนะผมไม่เคยรู้ว่าตัวเองต้องการอะไรซักที"

                 "เอาเถอะ ข้าคงไม่อาจตอบคำถามใดๆได้ ถ้าเจ้ารู้คำตอบอยู่แล้ว"

                 "คำถามพวกนั้น ผมรู้อยู่แล้วเหรอ"

                "ใช่แล้ว ข้าก็ตอบเจ้าได้เพียงเท่านี้"

                "งั้นแบบนี้ผมไม่รู้แน่ๆ ทำไม 1+1 เท่ากับ 2 ล่ะครับ"

                "ก็เพราะว่ามันเป็นแบบนั้น คำถามประเภทนี้เนี๊ยนะ พวกเจ้าเป็นคนให้นิยามมันขึ้นเอง แล้วคนนิยามเนี่ยะก็คงไม่ต้องการเหตุผลสำหรับมันเหมือนกัน สำหรับเจ้าแล้วมันคือความจริงที่แท้จริงมั้ง มนุษย์ก็เป็นแบบนี้ล่ะอยากเห็นในสิ่งที่ตนเห็น กระทั่งความจริง พวกเจ้าก็ยังอยากเห็น แม้เป็นสิ่งที่เจ้าสร้างมันเอง"

                "ดังนั้นผมจะถามว่า ความจริงมีจริงหรือ"

                "อืมถ้าเจ้าเชื่อว่า สิ่งที่เกิดขึ้นนี่เป็นความจริง ความจริงก็มีอยู่จริง แต่ถ้าเจ้าไม่เชื่อว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนี้มีอยู่จริง มันก็ไม่เป็นความจริง"

                "มันออกจะสับสนนะครับ ดูเหมือนว่าท่านไม่พยายามตอบคำถามผมเลย"

                "ก็ใช่ เพราะว่าคำถามพวกนี้ เจ้ารู้มันอยู่แล้วไง"

                แล้วอะไรคือคำถามที่ถูกต้องและมีคำตอบล่ะเนี่ย ระหว่างที่นพคิดกลับไปกลับมาหลายตลบ ลิพท์ก็หยุดลงกลางคัน ประตูค่อยๆแง้มออกมา เสียงสัญญาณดังขึ้น นพหันไปมองไฟบอกชั้น มันปรากฏเลขหนึ่ง ....มันถึงแล้วเร็วกว่าคิด

            "อ้าวแบบนี้คำถามที่แท้จริงคืออะไรล่ะเนี่ย ผมยังไม่รู้อะไรเลย แถมท่านยังไม่ได้คำตอบจริงๆจังๆซักอย่าง"

                "ชีวิตเจ้าก็ชีวิตเจ้า"ชายผิวเข้มเว้นจังหวะและพูดต่อว่า "ถ้าถามข้าว่าชีวิตเจ้าจะเป็นอย่างไรในอีกสิบปี หรือชีวิตคืออะไร ข้าก็ไม่มีคำตอบให้เจ้า แต่ถ้าถามว่าทอดไข่ดาวอย่างไร ข้าทำให้ดูเลยล่ะ"ชายผิวเข้มยิ้ม

                "งั้นช่วยบอกหนทางที่จะหาและคำถามคำตอบได้ไหม ได้โปรดเถอะครับ"หางตาเหลือบไปเห็นประตูเผยอออก

                "อันที่จริงข้าตอบไปแล้ว...ไม่รู้ซินะ ทุกคำถามที่เจ้าถามมาน่ะ มันแท้จริงอยู่แล้วในตัวมันเอง"

                "ความแท้จริง...เดี๋ยวก่อน ถ้าผมเชื่อว่าความจริงไม่มีอยู่จริง ถ้าการนิยามในโลกต่างๆเป็นเรื่องของความต้องการของตัวเองล่ะก็...."

                "ใช่...การใช้ชีวิตอาจไม่มีเหตุผล"ชายผิวเข้มยิ้มอีกครั้งหันไปมองประตูลิพท์

                ฉับพลันที่ลิพท์เปิดออกร่างของชายผิวเข้มก็จางหายไป เหลือไว้แต่ลพเท่านั้นที่งุนงง

                 ซักพักหนึ่งนพก็ดีดนิ้วและพูดกับป้าคนหนึ่งที่ก้าวมาในลิพท์ว่า

                "คุณคิดยังไงกับคำตอบที่ไม่มีอยู่จริง"

***

                หลังจากหลับไปในนิทราที่สงบนิ่ง ห้องสีเทาก็ปรากฏตัวออกมา มันยังกระจ่างใสยังอยู่ไกลริบๆ แต่บัดนี้มันขยายตัวออกจากกันทะลุผ่านตัวเขาไปไกล จนกระทั่งมองไม่เห็นขอบกำแพงทั้งสองด้าน โลกทั้งโลกดูเหมือนว่าจะมีแต่สีเทาด้านในเท่านั้น เขามองเห็นใบหน้าของตัวเองบนตัวตนกลางห้อง ใบหน้าที่กำลังจะรู้สึกได้ถึงความเข้าใจซึ่งพัดผ่านไปมา แต่กลับไม่อาจสัมผัสมันได้ทั้งหมด... เขายังงงงันอยู่กับสิ่งที่พบเจอเมื่อตอนเช้า

                มันเป็นความจริง?

                หรือเราหลอนตัวเองเพราะกังวลกับชีวิตมากเกินไป

                หรือเป็นเพียงการพูดคุยกับตัวตนในกระจกของเรากันนะ...

                 เขารู้สึกได้ว่าความไม่สบายใจได้นี้ทะลุทะลวงเข้ามาในฝัน เพราะเควชั่นมาร์กขนาดใหญ่ปรากฏบนกลางห้อง และหล่นมาทับร่างกายของเขาตรงกลางแทน

               มันตั้งตระหง่านอยู่อย่างงั้น จนกระทั่งเมื่อกล่องบนมือของเขาโผล่ออกมาโดยไร้สาเหตุ มันถูกเขียนติดไว้ว่า "คำตอบ"นพเปิดมันออก แล้วความว่างเปล่าจึงปรากฏตัวออกมาค่อยๆกัดกินห้องสีเทาช้าๆ นพหลับตาลงคิดไปไกล.....

                แทนที่เขาจะตั้งคำถาม แทนที่เขาต้องการเหตุผล

                 เขาควรจะฟังคำตอบดีกว่าไหม

 

 

.

 

 

 

 

ความเงียบจึงเติมห้องเปล่านี้จนเต็ม

เควชั่นมาร์คละลายหายไป

แล้วเขาจึงเข้าใจว่า

ความว่างเปล่านั้นยังคงขังเขาอยู่ในตู้กระจกไปตลอดกาล

 

 

...รัตติกาลสีขาว..

+++++++++++++++++++++++++++

                สวัสดีครับ เรื่องนี้ คิดว่าอ่านยากไหมครับ แหะๆ ผมกะจะเก็บไว้ประกวดซักหน่อย แต่ว่าสุดท้ายก็เอามาลงจนได้ สำหรับคนสับสนๆ ผมแนะนำให้อ่านซ้ำหลายๆรอบ อาจเข้าใจขึ้นมาหน่อยนะคร้าบ ถ้าไม่เข้าใจจริงๆไว้ครั้งหน้าผมจะพยายามอธิบายสิ่งที่เป็นนามธรรมให้เป็นรูปธรรมให้ได้

               

                เรื่อง นิทาน:สร้างสวรรค์ซ้ำซ้ำ เป็นผลพวงจากการดูโฆษณา คลีมกันแดดของแพนเค๊ก เขาพูดถึงแพนด้าช่วงช่วง ผมก็เลยคิดถถึงหลินหุ้ย จากนั้นก็ยำแปกับพฤติกรรมต้องการจะให้ผสมพันธุ์เพื่อสืบเผ่าพันธุ์ แล้วจิตนการไปว่า ถ้าเป็นมนุษย์จะเป็นยังไง แต่อย่างที่ว่าไว้ผมตั้งใจจะเสนออีกแนวคิดหนึ่ง แต่กลับกลายออกมาเป็นอีกรูปแบบหนึ่งไปเลย กลายเป็นว่าสื่อแนวคิดเดิมๆของผมเอง

                แนวคิดเด่นเรื่องนี้อย่างเรื่องความรัก ผมปล่อยให้คนอ่านคิดไปเองล่ะกัน แต่ว่าสิ่งที่ผมต้องการเสนอในท่วงทำนองประสานก็คือ การไม่กระทำ การกำเนิด และการใช้ชีวิตที่ซ้ำๆกัน วนเวียนไปมา และก็หวังว่าผมจะมีอารมณ์รีเมคให้มันแรงกว่านี้

 

                อ๊าก ไร้เวลาอย่างแท้จริง เพราะ ผม เที่ยว(-0-)เหลือเกิน คุณแมวขี้เหงาคร้าบ ขอโทษที่ไม่ได้ติดตามอ่านบที่ 3/2 บทที่ 4/1 เลย ไว้ผมกลับมาจากเที่ยวก่อนล่ะกรานนนนน

                รัตติกาลสีขาว คือแสงสว่างที่มืดมิด ก็เลยมองไม่เห็นอะไรซักอย่าง หึหึหึ (ไว้เขียนอธิบายวันหลังล่ะกันคร้าบ)

 

                ก็ฝากติชมเรื่องสั้นเรื่องนี้ด้วยนะคร้าบ แล้วเจอกันใหม่ในงานหน้า

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

อ่านๆไป รู้สึกเหมือนเจ้าของเรื่องกำลังเขียนในอารมณ์ที่ว่า
จะแอดที่ไหนดี
จบแล้วจะทำงานที่ไหนดี
และจะเอาไงกับชีวิตดี

ไม่รู้สิ...สัปดาห์ที่ผ่านมาเราก็เป็นแบบนี้
และเราก็ยังรู้สึกว่าเราไม่รู้ว่าเราต้องการอะไรอยู่ดี 55+
ยิ่งอ่านพี่ยิ่งมึน
...ขอแปะเม้นไว้ก่อนนะ sad smile
(ให้อภัยคนแก่ตาไม่ดีคนนี้ด้วยเหอะ- -ฮา)

#2 By -JpNc- on 2008-04-28 00:11

sad smile รู้สึกเหนื่อยเลย

#3 By ^_poomapooma_^ on 2008-04-28 12:59

อ่านไม่ยากนะ big smile

ป.ล. ถ้าชอบแนวปรัชญาแนะนำ "ตำนานรักแอตแลนติส"
ดีๆครับ เขียนได้ดี คำถามที่ไม่อาจหาคำตอบได้ เรื่องนี้รอเราค้นหาความหมายเองในตัว เขียนต่อไปครับ อย่าหยุดนะ คุณนพเขียนได้ดี เขียนได้เป็นตัวเอง ชัดเจนดีแล้ว

คำตอบสำหรับทุกคำถาม มันก็อาจ ....... อยู่ระหว่างจุดไข่ปลาก็ได้ รู้สีกอย่างนั้นเลยbig smile
ว้าวววววววว

อีกมุมนึงของเพื่อนชั้นหรอเนี่ย

ดีใจจังที่ได้รุจักเธอ

ใช้ภาษาดีจัง

ขอบคุณที่ทำให้รุสึกดีขึ้น

"คำตอบที่ไม่ได้มีอยู่จริงหรอ"

เราว่า....

ทุกคำถามมีคำตอบอ่าาา

ขึ้นอยู่กับว่าจะกล้ายอมรับกับคำตอบที่ออกมามั้ย




...ก็แค่ปลาย่าง

#6 By ก็แค่ปลาย่าง (202.149.24.161) on 2008-05-06 00:48

ห้องกระจกมันสามารถมองเห็นผายนอกได้

แต่เราไม่สามารถสัมผัวถึงรส กลิ่น
และเสียงของสิ่งที่ได้เห็นได้

มันช่าวเศร้ายิ่งนัก

#7 By (58.9.149.74) on 2008-05-08 23:35

ผมชอบการตั้งคำถามและการหาคำตอบของคุณนะ
และชอบอ่านเรื่องสั้นของคุณbig smile

#8 By ภัทร วีระ on 2008-05-16 10:43