กระต่ายน้อยห้อยหัว

posted on 12 Mar 2008 20:47 by crozzaxmoon  in Moon-Hill

 

ฝูงกระต่ายน้อย ร่อนเร่ไปตามโพรงป่า

หาวิมานฟ้าอันติดดิน

เจ้ากระต่ายน้อย ร่อนเร่ไปตามไพร

หาบ้านอยู่อาศัยให้พักพิง

 

วันคืนร่วงเลยไปตามกาล

แต่มันกลับหาที่อยู่ไม่ได้

มันยังหลับไม่สนิทเหมือนค่ำคืนเหล่านั้นได้ดับลับหาย

และเพราะเฝ้าแต่คิดถึงบ้านที่จากมา

 

ฝูงกระต่ายถูกล่า ถูกฆ่า

เจ้ากระต่ายน้อยดิ้นหืนทนบนกองเลือด

ฝูงกระต่ายถูกถลก ถูกกระชาก

เจ้ากระต่ายน้อยใดๆไม่พ้นอายุไขไปตามเวลา

 

ผู้สืบทอดแปรเปลี่ยนเวียนวน

ยังเพนจรร่อนเร่ไปตามเขา

ปู่ย่ายังฝากยังหวัง ให้เจ้าเดิน...เดินต่อไป

คำสอนแปรเปลี่ยนไปตามกาล

ยังถูกกล่าวขานซ้ำๆจนผิดแปลก

แต่ปู่ย่ายังหวัง อย่าให้เจ้าคิดผิดจนตัวตาย

 

วันนี้โดนกระตุกหลุดหัว

วันนี้โดนทุบจนแหลกเละคาที่

วันนี้ขาขาด แขนขาดทั้งเป็น

วันนี้โดนกับดักเชือดนิ่มๆ

วันนี้โดนหมาลากฉีกเนื้อหลายครั้ง

วันนี้อดตายกันแทบคลั่ง

วันนี้ดื่มโลหิตลูกที่ตายเพราะอดใจไว้ไม่ได้

พรุ้งนี้

คืนนี้

เมื่อวานนี้

เมื่อคืนนี้

จะหลับได้สนิทหรือ

..........................

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

อันวิมานฟ้าบนติดดิน มันที่ไหน?

แล้วบ้านเก่าเราหรืออยู่ที่ไหนกันนะ

และต้องเดินทางอีกนานเท่าไร

จะพบเจอสิ่งที่ตนเองไร้ศรัทาเสียที

 

ตรงนี้หรือทะเลเพลิง คงไม่ใช่

ตรงนี้หรือทะเลไพร ก็คงผิด

หรือเป็นทะเลทราย ทะเลสาบ ทะเลดาว กันรึ....

แต่ทะเลเลือดที่เราหนี เรากลับเดินอยู่ร่ำไป

 

 

 

 

เราโทษ โทษบรรพบุรษ ผู้ออกตามหาบางสิ่ง

ในคำสอนที่ถ่ายทอดโง่เขลา

 แล้วบ้านเก่าบ้านเกิดอยู่ที่ใด

อยากกลับไปหาบ้านนั้นเสียที

 

วันหนึ่งในแสงทองที่เรื่อร่ำ

เราพบสัตว์เดินสองขา

คุยกับเราเรื่องความสงสัย

เหตุใดเราอพยพไปทั่วโลก

 

กระต่ายน้อยระวังคำพูด

เพราะสิ่งที่ยืนอยู่คือนักล่าแสนยิ่งใหญ่

ฝูงกระต่ายรอคอยการตัดสินใจ

จากประชาธิปไตยที่ไฝ่ฝัน

 

เขาบอกว่า เขารู้จักบ้านหลังเก่า

บ้านปู่ย่าที่เราเคยอยู่อาศัย

เขานักล่ายังรอให้เรากลับไป

ไม่รู้เหตุใดเราทั้งฝูงยอมตกลง

..............

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ที่นั่นมีแต่ความอบอุ่นไร้กลิ่นอายแห่งความตาย

มีอาหารอิ่มหนำครบสามมื๊อ ไม่ต้องกินบุตรของตนเลย

แม้ว่ากระต่ายบางตัวจะหายไป แต่เราไม่เคยสงสัย ไม่พูดถึงมัน

สัตว์เดินสองขามันยิ่งใหญ่ เราก็ต้องแลกอะไรให้เขาบ้าง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

โอ้นี่แหละบ้านเรา

กรงขังยิ่งใหญ่ อันแสนงดงาม

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

................

วันคืนร่วงเลยไปหลากปี

ผู้สืบทอดแปรเปลี่ยนเวียนวน

ปู่ย่ายังฝากยังหวัง ให้เจ้าอยู่...อยู่ต่อไป

คำสอนแปรเปลี่ยนไปตามกาล

ยังถูกกล่าวขานซ้ำๆจนผิดแปลก

แต่ปู่ย่ายังหวัง อย่าให้เจ้าคิดผิดจนตัวตาย

 

ฝูงกระต่ายยังคงนอนหลับไม่สนิท

เบื่อหน่ายเหงาหงอยซึมเซื่อง

กระต่ายน้อยยังคงหลับหูหลับตา

ลืมเรื่องความตายไปพ้นๆ

 

อิสรภาพ อิสรภาพ อิสรภาพ

นั่นต่างหากคือสิ่งที่ใฝ่ฝัน

พวกเราจงรีบหนีเถอะพวกเรา

ไปหาอิสรภาพกัน

 

 

เราโทษ โทษบรรพบุรษ ผู้ไม่ออกตามหาบางสิ่ง

ในคำสอนที่ถ่ายทอดโง่เขลา

 แล้วบ้านเก่าบ้านเกิดอยู่ที่ใด

อยากกลับไปหาบ้านนั้นเสียที

 

 

 

บนไพรทุ่งที่เย็นยะเยียบ

บนแดดสว่างอันอบอุ่น

บนขอบฟ้าที่พึงเคยประจักเห็น

 

 

 

 

 

โอ้ นี่แหละบ้านของเรา.....

อิสรภาพยิงใหญ่ อันแสนงดงาม

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แต่วิมานฟ้าบนติดดิน มันที่ไหนหรือ?

แล้วบ้านเก่าเราหรืออยู่ที่ไหนกันนะ

และต้องเดินอยู่อีกนานเท่าไร

จึงจะพบเจอสิ่งที่ตนเองศรัทาเสียที

 

ฝูงกระต่ายน้อย ร่อนเร่ไปตามโพรงป่า

หาวิมานฟ้าอันติดดิน

เจ้ากระต่ายน้อย ร่อนเร่ไปตามไพร

หาบ้านอยู่อาศัยให้พักพิง

.......

 

crozzax

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++

                ในแต่ละสมัยผู้คนต่างก็ต่างค่านิยม ผมเคยอ่านหนังสือเรื่องหนึ่ง เกี่ยวกับผู้ปฏิเสธพระเจ้า ซึ่งเกิดได้ในทกยุคสมัย กระทั่งโรม หรือสมัยยุคมืด แต่ลัทธิพวกนั้นกลับเป็นเพียงความสับสนที่ปรากฏเพียงชั่วคราวเท่านั้นเอง ทำให้ปรัชญาลางเลือนไปในแต่ล่ะกาลยุค

                อันที่จริงผมมีความคิดแปลกๆอย่างหนึ่งที่ ว่า มนุษย์ไม่เคยพัฒนาไปข้างหน้า ถ้าพูดถึงความเจริญทางด้านความคิดเราต่างก็ย่ำอยู่กับที่ ในยุคสมัยมี่เหตุผลนิยมและวัตถุนิยมเฟื่องฟู มีเพียงเทคโนโลยี นิยามของกฎแห่งธรรมชาติที่เราประยุกต์เพื่อความสะดวกสบาย เท่านั้นเอง

               

               ทั้งสองเอนทรี่มีความเกี่ยวข้องกันอยู่ในแนวคิดน่ะครับ

 

                เอนทรี่ที่แล้ว ลึกลงไปในของเล่น เป็นเรื่องที่กล่าวถึงโดยใช้ความเกี่ยวพันของSex และชีวิตรักซึ่งกลายเป็นเรื่องธรรมดาๆ ที่ว่าค่านิยมของๆไม่สำคัญ อย่างเช่น การมีsexไม่ใช่เพราะเกิดจากความรัก เป็นต้น

                ผมจงใจเอาความเสื่อมนี้ไปปนเปคำถามชีวิตที่ยิ่งใหญ่ อย่างศิลปะ ความสุขแท้จริง ความรัก ให้ออกมาในรูปของสิ่งที่แสดงตัณหาของมนุษย์เท่านั้นเอง เพื่อแสดงว่ามันมีไว้เพื่อตอบสนองเพียงแค่ความอยากของเราทั้งนั้น เป็นเพียงความไร้ค่าของเราเอง ซึ่งหลายคนจะเข้าใจผิดไปว่า เป็นการให้คำนิยามของความรัก หรือศิลปะในอีกรูปแบบหนึ่ง (เอ หรือว่าใช่แหะ555+)

                แล้วมันเกี่ยวข้องกับกระต่ายๆน้อยของเรายังไงน่ะเหรอ

                ทุกยุคสมัยเราก็ต่างค้นหา อิสรภาพกันทั้งนั้นใช่ไหม แล้วทำไมเราไม่สามารถหาทางออกจากโลกเสียทีเล่า?

                ที่เราทำก็แค่หมุนวนอยู่กับที่ พัวพันอยู่กับตัณหา และคำตอบของจุดยืนตัวเอง เป็นประโยค 2 ประโยคคือ

                "ฟากฟ้าถูกกักขังด้วยอิสรภาพ ภาพมนุษย์ถูกตีกรอบด้วยความฝัน"

 

                แล้วเราจะทำสิ่งใดต่อไป?

                นั้นซิครับ

                เราจะทำอะไรได้ ภายใต้กรงขังของสัตว์สองขา(การเดินทาง) ถ้าหากยังมุ่งหาความฝันและความสุขล่ะก็ แค่หลับหูหลับตาลืมๆไปซะมั้งครับ 555+ เพราะอันที่จริงแล้ว มีใครซักคนอยากหลุดพ้นจริงๆบ้างไหมเล่า

                ถ้าเผื่อมี นั่นก็คงเป็นสิ่งที่สมควรสุดแล้วในยามที่เราหาบ้าน...บ้านฟ้าอันติดดิน

 

รัตติกาลสีขาว

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

วันนี้วันเกิดบล็อกของผมครับ บล็อกสวยจังครับจะเข้ามาบ่อยๆ big smile
แปะไว้ก่อนครับ เดี๋ยวกลับมาอ่านโดยละเอียดอีกครั้งครับ--สัญญาครับ--big smile
เอ้าๆ
ใกล้บรรลุแล้วbig smile

#3 By -JpNc- on 2008-03-12 22:17

อ่านแล้วรู้สึกว่าโลกมันโหดร้ายนะคะ
กลับไปฝันต่อดีก่าsad smile

#4 By นาฬิกาทราย on 2008-03-12 23:09

โลกนี้ช่างโหดร้ายจริงๆ sad smile

#5 By K w a n g ! ! on 2008-03-12 23:15

อ่านทั้งหมดก่อนและสปอยล์ไว้รั้งท้าย รู้สึกได้เลยถึงการเปรียบเทียบสะท้อนความจริงของสภาพความจริงของมนุษย์ ที่ต่างแสวงหาและถูกถ่ายทอดต่อกันมา และนำกระต่ายมาเป็นสัญลักษณ์แทนได้ความรู้สึกเศร้าในอารมณ์จังครับ เฮ้อนี่แหละนาชีวิต

ชอบนะครับงานเขียนแบบนี้ มีมิติให้ตีความเยอะดีครับ มีเสน่ห์ดีครับ และก็ชอบตรงที่มีการสัมผัสคำเล่นคำไปด้วยในเนื้อเรื่อง ซึ่งผมคิดว่าแปลกดีหรือด้วยความที่ไม่ค่อยได้อ่านงานเขียนลักษณะนี้ก็ไม่ทราบนะครับ จึงคิดว่าแปลกและเท่ห์ด้วย สรุปว่าชอบทั้งหมดเลยหล่ะครับ

คุณเป็นคนที่อ่านหนังสือเยอะเหมือนกันนะครับ ชื่นชมจากใจครับbig smile
ผมว่ายุคสมัยไหนมันก็โหดร้ายทั้งนั้นแหละ
ขึ้นอยู่กับใครมอง
ค่านิยมของคนมันเปลี่ยนไปตามกาลจริงๆ ครับ

#7 By ปิงกรู on 2008-03-13 14:15

ดูโหดร้ายได้ใจเลยแหละฮะ-*-
งั้นถ้าลองเปรียบเทียบกระต่ายคือมุนษย์ละฮะ...
คงจะเหมือนคนที่เฝ้าวนเวียนตามหาบางอย่างไปเรื่อยๆไม่จบไม่สิ้นละครับ...

#8 By Kurei on 2008-03-14 16:29

big smileใจสู้เข้าไว้big smile

#9 By lamoon on 2008-03-17 21:54

อ่านได้เพียงครึ่งครับ

ต้องไปทำธุระ เอาไว้จะมาอ่านต่ออย่างละเอียด
อ่านไม่ไหวจริงๆครับ อ่านหนังสือสอบก็แย่แล้ว



ขอเป็นกำลังใจให้แล้วกันะครับquestion

#11 By PiXY on 2008-03-18 23:30

หว่า

ทำไมน่าเศร้าจังคะ

#12 By pana[sonic]* on 2008-03-23 03:17

รุอะไรป่าว

นายทำให้ชั้นเริ่มหลงรักงานเขียนของนายแล้วนะ

อิอิ


(เสียดสีได้ตรงจุดดี)

ก้อชอบนะ

#13 By ก็แค่ปลาย่าง (202.149.25.225) on 2008-05-06 23:19