นิทาน:ข้างๆความฝัน
posted on 27 Jan 2008 15:56 by crozzaxmoon in Moon-Hillนิทานก่อนตาย:ข้างๆความฝัน
เนมซิส เป็นเทพเจ้าชั้นกลางที่มากด้วยพรสวรรค์
มีฝีมือเป็นที่ยอมรับทั้งต่อเทพแห่งศิลปะไปจนถึงจิตรกรทั่วโลก
ด้วยความหยิ่งทะยงและทะเยอทะยาน
เนมซิส จึงออกตามหาความฝันที่ไม่เหมือนใคร
เขาต้องการที่จะวาดภาพที่สวยงามที่สุดในโลกให้ได้
แต่ก่อนหน้านั้นเขาต้องตามหาสิ่งงดงามนั้นเสียก่อน
เนมซิสหายตัวไปอย่างลึกลับ
พกแต่เพียงเหรียญที่มีรูปหน้าของตนสลักเอาไว้
พร้อมกับเป้ใบใหญ่ที่เป็นมากกว่าเครื่องมือเขียนภาพ
เขาใช้เหรียญนี้ขออาหารจากทุกคน
และออกเดินไปตามตำนานที่ขับขานในบทเพลง
เขาไปถึงสุดขอบฟ้า สถานที่ธุลีดินแห่งผืนพิภพประจบหยาดฟ้าของดวงดาว
เนมซิสชื่นชม วาดเค้าโครงภาพ และจากไปพร้อมกับทรายสีฟ้าระยิบระยับเพียงหนึ่งกำมือ
เนมซิสขึ้นไปบนภูผาหลังคาโลก สามเวลา
ยามเช้า แสงสีครามของอาทิตย์ที่ปลุกเทือกเขาหิมะที่นิ่งสงบ
ยามตกเย็น เมื่อความเศร้าของการจากลาแห่งสุรยันเปื้อนน้ำแข็ง
ยามดึก เมื่อความหนาวเหน็บเคียงคู่กับทิวาที่ส่องประกายเคียงเพราะจันทร์ดวงใหญ่
เนมซิสวาดเค้าโครง และจากไปพร้อมกับแสงในขวดโหลทั้งสามเวลานั้น
เนมซิสร่องทะเลไปอีกด้านของท้องฟ้า
มองเห็นหุบเหวที่น้ำมหาสมุทรสีฟ้าล่วงหล่นไปเพราะแรงโร้มถ่วง
มองเห็นจักรวาลที่ระยับด้วยแสงของทางช้างเผือก
เนมซิสตักน้ำเจือแสงดวงดาวไว้กับตัวแล้วจึงหายไป
เนมซิสตกหลุ่มบุบผาล่วงหล่นไปในหุบเขา
ค้นพบความเกรี้ยวกราดที่บ้าคลั่ง ทั้งร้อนแรงแสนโหดร้าย
เขาทนทุกข์ในปล่องภูเขาไฟที่ใกล้ปะทุ
และจึงหนีออกมาได้พร้อมความสนุกในเถ้าถ่านเล็กๆ
เนมซิส พัวพันกับสงคราม
เจ็บปวด ร่ำไห้ ทุรนทุราย กรีดร้อง
ภาพของยมทูตที่ย้อมผืนดินให้เจื่อนเลือดนั้น ช่างลึกล้ำยิ่ง
เนมซิสวาดภาพแห่งอารมณ์อย่างเร่งรีบ
เนมซิสยังเพนจรไปทั่วโลก
โดยไม่ได้วาดอะไรจริงจังเลยซักอย่างเดียว
บางทีเขาก็ทิ้งตัวลงบนกลีบเมฆมองทุกอย่างจากท้องฟ้า
บางทีเขาก็นั่งอยู่บนหมู่บ้านที่แปลกพิสดารที่เต็มไปด้วยดอกไม้สุดสายตา
บางทีเขาก็นั่งอยู่กับมังกร และมิตรภาพของสัตว์หลากชนิด
บางที
เนมซิสก็เดียวดายอ้างว้างเงียบเหงา
ในมุมมืดซอกหลืบแห่งความทรงจำของครอบครัว
เขาอึดอัดเสียดลึกเหมือนถูกแทงด้วยของมีคม
ทรมานทุกครั้งที่หลับตา
แต่ความฝันอันยิ่งใหญ่ ต้องแลกมาด้วยทุกอย่าง
ในที่สุดเขาต้องก้าวต่อไป
โดยเชื่อว่า สิ่งตอบแทนจากความฝันนั้น
มีค่าเหนือกว่าความสุขใดๆ
บางที
...เนมซิสก็คิดถึงบ้าน...
ครั้งหนึ่งเนมซิสเคยถูกขโมยเหรียญเงิน
เขาไม่อาจแสดงตัวตนได้อีกต่อไป
แม้เขาจะเป็นอมตะแต่ก็สามารถตายได้
ความโหดร้ายที่เฝื่อนขมคลืบคลานมาอย่างแท้จริง
บนเส้นทางที่โดดเดี่ยว เมื่อไร้ที่สูงก็ย่อมถูกเหยียบย่ำ
เขาอดอาหารและกำลังจะหายไปพร้อมกับร่างกายที่ย่ำแย่
เนมซิสพบใครบางคนที่แปลกพิเศษ
ใครคนนั้นให้ที่นอนอุ่นๆแก่เขามอบอาหารแก่เขา
โดยไม่สนชื่อเสียงหรือความสกปรกใดๆบนตัวของเนมซิส
เขารอดตายมาได้ พร้อมกับความรู้สึกสดใสที่ปราถนาจะไปจรไปไหนอีก
ความสุขจากการให้ ความสุขจากการรับ ของใครคนนั้นช่างทรงคุณค่ายิ่ง
และในคืนหนึ่งที่ไร้พยานใดๆ เขาและเธอก็ตกหลุมรักกัน
แล้วเนมซิสก็เขียนภาพให้แก่คนที่เขารัก
มันเป็นภาพๆหนึ่งที่สวยที่สุดสำหรับเนมซิส
แต่ใครหลายใครก็ไม่เคยเห็นความสำคัญกับภาพนี้
มันทำให้เขาเริ่มวิตก
มันทำให้เขาเริ่มคิดถึงบางสิ่งที่เขาลืมไปในช่วงเวลาอันแสนวิเศษนี้
หลังจากออบกอดอันแสนดุดันจบลง
เมื่อคนรักของเขาหลับไปแล้ว
เนมซิสวางจดหมายอันแสนเศร้าไว้
ออกเดินทางหาความฝันต่อไป
ทั้งยังทิ้งภาพๆหนึ่งเอาไว้
ภาพที่เขาตั้งชื่อว่า
"รัก"
เนมซิสยังคงเร่ร่อน
ยังคงเงียบเหงา
ดิ้นรน
ค้นหา
เมื่อถึงจุดๆหนึ่ง
เขาก็หวนละลึกขึ้นมาได้ว่า
เขายังไม่ได้เยือนสถานที่ๆหนึ่ง
นั่นคือ
โลกแห่งความตาย
เขากลืนมีดเข้าช่องลำคอ
แทงหัวใจอย่างรวดเร็ว
ล้มลงตายด้วยความเดียวดาย
บุคคลที่หนึ่งมารับเขา ณ สถานที่หนึ่งที่ใดซักแห่ง
เนมซิสยืนอยู่บนความมืด
ทั้งยืนอยู่บนแสงสว่าง
เขาอาจผิด มันไม่เคยมีความงดงามที่ล้ำเลิศที่สุด
แล้วผู้มาเยือนก็เอ่ยอย่างคนสนิทว่า
"ท่าน เนมซิส ท่านยังค้นหาอีกหรือ"
"ครับ ข้ายังตามหาความฝัน"
"ถึงขนาดยอมตายเลยหรือ"
"ครับ"
"เนมซิสเอ๋ย เนมซิส ท่านไม่เคยรู้หรือไร ความงดงามคือกาลเวลา"
"อะไรนะครับ"
"ท่านลองมองดูสิ่งที่ท่านบรรทุกไว้ในกระเป๋า"
เนมซิสเปิดมองข้าวของที่หายไปจากความทรงจำ
เขาพบทรายสีฟ้า
แสงสามเวลาบนหลังคาโลก
น้ำทะเลที่สะท้อนแสงดาว
เลือดแดงฉาน
เถ้าผงของลาวา
ก้อนเมฆหลากสี
เส้นผมของคนที่เขารัก
และอีกหลายสิ่งหลายอย่าง
...สิ่งเหล่านั้นมันช่าง...
"....."
"ความฝันนั้นทำให้เรามีความสุขก็พอแล้ว เนมซิส รอยยิ้มมีค่ามากกว่าเส้นชัย"
"..."
"มันน่าเสียดายนะที่ท่านลืมความสวยงามบนทางเดินของท่าน"
"ลืมวันคือที่แสนยากลำบาก วันคืนที่ผ่านพ้นความทุกข์"
"..."
"ข้าอยากให้ท่านย้อนกลับไปทำให้มันถูกต้อง"
"อา"
"ทุกสิ่งเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เนมซิส ดังนั้นทุกอย่างจึงงดงามที่สุดได้เพียงบางเวลาเท่านั้น
มันก็แบบนี้แหละ เนเมซิส
ข้ายังอยากอวยพรท่าน ให้สามารถเขียนความสวยงามที่สุดของทุกอย่างเหมือนเดิม
ฉะนั้นท่านจงกลับไปทำความฝันของท่านให้ได้
แม้ว่ามันจะไม่มีวันเป็นจริงเลยก็ตาม
แต่ท่านก็อย่าลืมสิ่งที่งดงามเล็กๆที่เรียกว่าความสุข
อย่าลืมรอยยิ้มทั้งหลายเหล่านั้น"
เนมซิสมองดูสิ่งล้ำค่า
นึกถึงอดีตและความทรง...มันจะเปลี่ยนไปอย่างไรบ้างหนอ
...ก่อนเขาจะตื่นมาพบกับคนที่เขารัก...
เนมซิสยังเพนจรไปทั่วโลก
ได้วาดอะไรมากมายไว้ในเป้ใบใหญ่
บางทีเขาก็ทิ้งตัวลงบนกลีบเมฆมองทุกอย่างจากท้องฟ้า
บางทีเขาก็นั่งอยู่บนหมู่บ้านที่แปลกพิสดารที่เต็มไปด้วยดอกไม้สุดสายตา
บางทีเขาก็นั่งอยู่กับมังกร และมิตรภาพของสัตว์หลากชนิด
บางทีเขาก็อยู่กับคนรักบนดวงจันทร์แห่งรัตติกาล
บางทีเขาก็สวมกอดครอบครัวอย่างเป็นสุข
เนมซิสยังเพนจรไปทั่วโลก
รอคอยเวลาที่เขาจะอวดโฉมศิลปะที่งดงามของทุกสิ่ง
แม้ว่าทุกวินาทีจะมีสิ่งเกิดใหม่และแตกดับก็ตาม
เนมซิสยังเพนจรต่อไป
หากคุณเห็นศิลปินที่ยื่นเหรียญเงินรูปหน้าเขาให้คุณเพื่อขออาหาร
อย่าลืมให้เขาเขียนภาพที่งดงามที่สุดของคุณล่ะ
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++
เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
ทุกสิ่งนั้นงดงามที่สุด
หากแต่เป็นบางเวลาเท่านั้น
ความฝันไม่ใช่ทุกอย่างของชีวิต
ความสุขเองไม่ได้เกิดจากเป้าหมายเสมอไป
.....
ค่อยเป็น นิทานหน่อยนะครับ555+
เรื่องนี้ เบาๆ ง่ายๆเมื่อเทียบกับเรื่องอื่นๆที่เขียนนะเนี่ย
จริงๆก็เน้นเรื่องสถานที่ที่เนมซิสไปเยือนด้วย
แบบว่า แต่ล่ะสถานที่ก็เหมือนช่วงวัยของแต่ล่ะอย่างล่ะครับ
ความสวยงามของสงคราม การเกรี้ยวกราด(ภูเขาไฟ) ของความรัก การจากลา
เวลาทั้ง สาม และอื่นๆอีกมาก(คิดเองล่ะกัน)
พึ่งกลับมาจากเขาชนไก่คร้าบ เหนื่อยโคตรๆ(ดำปิ๊ดปี๋555+)
แต่ก็ต้องจำใจอ่านหนังสือต่อ
หลายวันก่อนสติแตกเขียนเรื่องนี้ขึ้นมา
วันนี้สติแตกอีกเอาเรื่องนี้ลง
ก็ ขอโทษด้วยที่ไม่ได้ไปเยือนบล็อกใครหลายๆคนเลย
...โคตรไม่ว่างอา...
ตอนนี้ก็ท่องไว้ หลัง Admid กุจะเหลิงให้เต็มสตรีม
ไว้ว่างๆเขียนเรื่องนี้เป็นเรื่องสั้น(ที่ยาว)แล้วลงต่อ เอิ๊กๆ
ลาล่ะคร้าบ หมดเวลาพักแล้ว
ขอบคุณที่ติดตามอ่าน แม้ว่าช่วงนี้ไม่ได้ไปอ่านบล๊อกใครเท่าไร
CrozzaxMoon
ดีก็ดีน่าไป ... ร้ายก็ร้ายน่าทรมาน
แต่หวาดเสียวตอนกลืนมืดลงคอจังค่ะ
อิอิ ... ยังไงก็ตั้งใจอ่านหนังสือเยอะๆ นะคะ
#1 By !2know ++ on 2008-01-28 08:16