กาลครั้ง....หนึ่งนานมาแล้ว

               

ในทุกค่ำคืน

               

                จะมีแสงสว่างระยิบระยับดั่งแมงเม่าผู้งดงามเกาะติดผืนผ้าราตรีอันกว้างใหญ่ และเราเรียกแมลงเล็กๆเหล่านั้นว่า ดวงดาว หลายล้านดวงปรากฏตัวขึ้นในยามนี้ด้วยความมั่นใจต่อแสงสีต่างๆบนผืนผ้าสีนิลซึ่งปกคลุมสรรพสิ่งด้วยความเงียบเหงาและนำพาอารมณ์แห่งการพักหลับใหลสู่สิ่งใดก็ตามที่ต้องการแสงสว่าง และปลุกสัตว์ที่หากินในเวลามืดค่ำได้ตื่นฟื้นลืมตา ดวงจันทร์อวดโฉมสีนวลขาวประกายเด่นกว่าทุกสิ่ง ประดับท้องฟ้าสีหม่นดำให้สดสวย เมื่อภาพของดวงดาวและพระจันทร์เคียงคู่กันในทุกค่ำคืน ศิลปะที่ไม่ได้มาจากปลายพู่กันก็ถูกสร้างขึ้นอย่างวิจิตงดงามดั่งภาพของนักวาดที่ตระกาลตากว่าสิ่งใดในโลก สร้างความหลงใหลให้แก่ชนเผ่า สองชนเผ่าอย่างยิ่ง

                ดวงดาวนั้น อิจฉาดวงจันทร์ที่มีแสงสวยเหลืองขาวมากกว่าใคร มันจึงหาเรื่องทะเลาะกับพระจันทร์บ่อยครั้ง ด้วยจำนวนที่มากกว่าหลายล้านเท่า ทำให้พระจันทร์แพ้อยู่เรื่อยไปและต้องการขับไล่ดวงดาวให้พ้นเสีย มันจึงจำแลงกายเข้าไปในฝันของหัวหน้าเผ่าทั้งสองเผ่า

                ชนเผ่าผู้หากินกลางคืนที่ใช้สีแดงเป็นสัญลักษณน์ และนับถือเทพเจ้าแห่งงูเห่า ได้รับความลับที่สืบทอดมากจากดวงจันทร์ว่า มีเนินแห่งจันทร์เสี้ยวอยู่ ณ ตะวันออก เป็นสถานที่ลึกลับในซอกหลืบแห่งป่าไพรไร้นามซึ่งไม่มีใครเคยเข้าไปและออกมาได้ สถานที่นั้นจะสามารถทำให้เห็นท้องฟ้าได้สวยดงดงามมากที่สุด

                ชนเผ่าที่สองใช้สีน้ำเงินเป็นสัญลักษณ์ และนับถือเทพเจ้าแห่งนกเค้าแมว ได้รับข่าวลือที่สืบทอดจากดวงจันทร์ ว่ามีเนินดาวระยิบ อยู่ ณ ตะวันตก เป็นสถานที่ที่อยู่ปลายหุบผาที่ลดเลี้ยว ณ ที่นั่นพวกเขาจะได้เห็นสิ่งที่งดงามมากที่สุดในจักรวาลแห่งท้องราตรี

                สารทั้งสองยังสอนวิธีการสร้างสัตว์เทพอีกด้วย และยังบอกให้พวกเขาใช้สัตว์เทพนำทาง ซึ่งกันและกัน โดยสัตว์เทพจะหลงใหลพระจันทร์ จะนำชนเผ่าไปเอง

                ในความเป็นจริง ที่เนินนั่นสวยสดงดงามมากที่สุดเมื่อชมท้องฟ้าเพราะเป็นสถานที่ที่เทพแห่งการสร้าง เทพแห่งศิลปะทำไว้เพื่อเชยชมผลงานที่ตนวาดแต่งแต้มไว้ กระนั้นก็เป็นสถานที่ๆสร้าง และกักเก็บดวงดาวส่วนเกินไว้ด้วย

 

                หลายเดือนนับจากการอพยพของสองเผ่า พวกเขาสูญชีวิตนักรับไปมากมายเพื่อต่อกรกับเหล่าอสูร พร้อมๆกับการเดินทางที่แสนยากลำบาก ในที่สุดชนเผ่าน้ำเงินก็ตั้งรกรากได้ที่ตีนเขา และเผ่าแดงก็ได้พื้นที่ส่วนปลายป่าไปแล้ว

                อีกนิดเดียวพวกเขาจะเจอกัน ณ ที่จุดที่ทั้งสองใผ่ผัน ซึ่งเป็นไปตามแผนของพระจันทร์

*******

                เสียงแหวกหญ้าเรียบเป็นทางยาวระริกกังวานอย่างเงียบงัน ลิ้นสองแฉกเรียวเล็กสัมผัสกลิ่นจางๆในอากาศตลอดเวลา สายตาสีเหลืองเข้มจ้องมองไปข้างหน้า จับตาดูการเคลื่อนไหวที่ไม่ได้พัดไปตามสายลมด้วยความระแวดระวัง เพราะแม้จะเพียงน้อยนิดมันก็ยังได้กลิ่นสาปของนกที่แสนน่ารังเกียจมาตามสายลม กลิ่นขนนกที่อาบด้วยความเย็นของดวงจันทร์สร้างความตะหงิดใจในลางสังหรณ์ของมันอย่างมาก เพราะมันไม่ใช่ความรู้สึกแบบอสูร แต่เป็นแบบเดียวกับมันและท่าทางมีพลังมากเสียด้วย

                มันแผ่แม่เบี้ย และชูคอชูชันรับกระแสคลื่นของความคิดเผื่อจะได้รับรู้ข่าวสารในความมืดบ้าง

                นกฮูกสีเงินที่พลางตัวอย่างแนบชิดในเงาราตรีสีดำได้ยินเสียงเลื้อยย่างของเจ้างูสีนิลมานานมากแล้ว เพียงแต่มันอยู่อีกฟากของเนินดินเท่านั้นเอง ครั้นจะบินฝ่าเนินนั่นไปก็อาจเป็นการเปิดเผยตำแหน่งของมันก็ได้ มันเพ่งสมาธิทั้งหมดไปกับการฟังเสียงโดยหลับตาจนสนิท...

                กิ่งไม้กระชากออกเป็นแนวผ่ากลางด้วยความรวดเร็ว  เสียงแตกเปรี๊ยะๆของซีกไม้ก้องกังวานไปในหูที่ไวต่อเสียงสร้างความสับสนด้านทิศทางแก่มันอย่างฉับพลัน นกฮูกสีเงินหลบหลีกด้วยความเร็วสูง แต่ก็ควงหมุนไปชนต้นไม้ใกล้ๆแทน มันลืมตาขึ้นก็ปรากฏงูสีนิลที่พุ่งฉกตามเข้ามา

                นกเค้าแมวตระหนักว่าดันไปสนใจเสียงที่เบากว่า บริเวณตีนป่าไร้นาม ทำให้ไม่สังเกตเสียงเล็กๆ แต่ไม่เป็นไร นกฮูกสีเงินกระโดดถอยไปข้างหลังอย่างรวดเร็วพร้อมๆกับเบี่ยงหลบไปทางขวา ซึ่งก็ทำให้มันได้ยินเสียงฟาดของหางอีกครั้งหนึ่งแต่ครั้งนี้มันบาดอากาศอย่างหวุดหวิด

                เมื่ออยู่บนฟ้าก็ไม่มีทางที่งูจะขึ้นมาได้ ทำให้ความได้เปรียบตกไปอยู่กับนกฮูกเสียแล้ว เทพงูหมดโอกาสซุ่มโจมตีไปในทันที แต่กระนั้นงูสีนิลก็พยายมคิดทบทวน กลยุทธ์ที่ไว้ต่อสู้ทางอากาศทั้งหมดที่มีอยู่

                 ทันใดกลิ่นสังหารก็พุ่งตรงเข้ามาอย่างรวดเร็ว และแบ่งออกเป็นหลายสิบอัน ดวงตาของงูเห่าตนนี้เห็นจิตสังหารและวิญญาณเป็นรูปแบบเดียวกับการจับความร้อน ที่พุ่งมานั้นเป็นเพียงแค่ขนนกธรรมดา ส่วนตัวจริงอยู่ข้างบนคงรอโอกาสอยู่

                แต่ทันใดนั้นเอง เสียงฉีกกระชากเกล็ดที่กระทบกับกรงเล็บ ก็ดังขึ้นรุนแรง แล้วความเจ็บปวดก็แล่นมาจากหลังของงูเห่าเหมือนน้ำป่าที่บ้าคลั่ง และก่อนที่มันจะโอดครวญ ขนนกสีเงินก็พุ่งทะลุเข้าที่ร่างกายเต็มๆทั้ง 16 อัน

                นกฮูกที่บัดนี้บินสูงขึ้นมาอีกครั้ง จ้องมองความเคลื่อนไหวอีกหนภายใต้แสงจันทร์ที่สาดส่องเป็นพิเศษ ขนนกของเทพตัวนี้มีความสามารถปิดบังอำนาจจิตใดของตัวเองทั้งหมด เหมือนกับเหล็กที่ห่อหุ้มน้ำไม่ให้กระฉอกออกมา มันสลัดขนสีเงินอีกครั้ง บินด้วยความเงียบแบบเดียวกับนกตระกูลเดียวกับมัน เมื่อศัตรูตรงหน้านิ่งสงบอีกครั้ง ขนนกก็พุ่งลงมาจากฟ้า และตนเองก็มุ่งหน้าไปสร้างรอยแผลขนาดใหญ่แบบครั้งที่แล้ว

                กร๊อบ...เสียงแตกตัวของการขย้ำสร้างความฉงนให้นกฮูกอย่างมาก ทันใดแสงสว่างจากดาวบางดวงก็สะท้อนเข้าตามันอย่างรวดเร็วทำให้มันมองเห็นเกร็ดสะท้อนแสงที่แห้งกรอบอยู่แทบเท้า  "ลอกคราบ!?"ยังไม่ทันอุทานจบเสียงสั่นเบาๆทางข้างๆทำให้มันตั้งปีกรับด้วยสัณชาตญาณ
               "ยังอ่อนหัดนัก"มันลำพอง

                แต่แล้วแสงสว่างก็ฉายวาบอีกหน สิ่งที่พุ่งมาตรงหน้าคือ หางสามเหลี่ยมเรียวสีสดดำหาใช่หัวงูไม่ แล้วงูก็พุ่งฉกมาอีกด้านอย่างรวดเร็ว เขี้ยวยาวเงื้อยดั่งเคียวยมทูตอาบยาพิษปีศาจพุ่งออกมาพร้อมกับปากอ้ากว้างที่ดูราวกับหลุมดำของมัจรุาช นกฮูกสีเงินถูกฝังเขี้ยวจนมิดด้าม หลังจากที่งูปล่อยพิษแห่งความตายชอนไชเข้าสู่กระแสเลือดในปริมาณมากแล้ว มันก็วาดลำตัวพร้อมหัวออกไป เหวี่ยงนกฮูกกระเด็นไปข้างบน รับลูกดอกสีเงิน 16 ลูกอย่างเต็มที่

                มันหมุนตัวด้วยความเสียดปวด บาดแผลฉกรรจ์สองรูทำให้บินได้ไม่สูงมากนัก มันทำได้เพียงพยายามประคองตัวต่ำไว้ แล้วหลบจิตสังหารของตนภายใต้อำนาจของปีก

                "อย่าคิดว่าข้าจะตายด้วยพิษล่ะ ข้าเป็นเทพนาเฟ้ย"นกฮูกพูดราวกับกระซิบ

                "เฮอะ อย่าคิดว่าข้าลอกคราบได้ครั้งเดียวล่ะกัน"งูสีนิลตอบกลับมาจากทุกทิศทางดูราวกับมันอยู่ทุกๆที่

                การสู้รุกรับกันแบบเมามันส์เกิดขึ้นอย่างดุดันภายใต้ท้องฟ้าสีมิดที่สงบนิ่ง เมื่อทั้งสองต่อสู้กันไปจนถึงกลางเนินสีเงินนั่น ก็เหมือนภาพเทพสัตว์รบรากันด้วยเวทมนต์หลากสี ประหนึ่งดอกไม้ไฟสวยกระจ่าง

             

                ...ในตอนแรกทั้งคู่แทบจะไม่ได้ยินเสียงนั้นในระหว่างการต่อสู้เลย แต่พอนานเข้าก็เหมือนดั่งเป็นรอยน้ำตาที่เอ่อล้นจากขอบเบ้าของตนเอง ทั้งคู่หยุดการเคลื่อนไหวและพยายามมองหาสิ่งวิเศษที่เสกสร้างความหดหู่เศร้าใจในดวงจิตที่บ้าคลั่งได้ สิ่งที่ทำให้มันสัมผัสความเอ่อล้นที่เจ็บปวดมากว่าบาดแผลอันเกิดจากการต่อสู้ สิ่งที่ทำให้มันรู้ลึกไปถึงเสียงของความเจ็บในหัวใจจากก้นบึ้งแห่งความเศร้าสร้อย

                บัดนั้น พระจันทร์ในรูปของหญิงงาม ก็อวดโฉมลงมาประทับอยู่ระหว่างกลางของทั้งสอง ในสภาพเปลือยเปล่าไร่อาภรณ์เธอดูสง่าเป็นที่สุดเมื่อคู่กับท้องนถาสีฟ้าจากแสงดาว แต่เวลานี้แก้มใสๆทั้งสองกลับอาบไหลด้วยหยดน้ำรินประหนึ่งสูญสิ้นชายอันเป็นที่รัก หน้าตาของเธอก็เศร้าหมองเป็นที่สุด

                "ท่านทั้งสองต่อสู้กันเพื่อสิ่งใด"เสียงเบาๆราวกับกระซิบแทรกด้วยคำสะอื๊นกล่าวขึ้น

                "เพื่อยึดเนินจันทราดวงดาวนี้ไว้เป็นของตนเอง เพราะเราหลงใหลท่านเหลือเกิน อยากเก็บท่านไว้เชยชมอย่างชิดใกล้เพียงคนเดียว"ทั้งคู่พูดพร้อมกัน

                "ท่านจะกระทำโหดร้ายไปทำไม อย่าเลย อย่าทำร้ายกันเพราะข้า สถานที่นี้ไม่ได้เป้นของใครทั้งสิ้น มันเป็นของทุกคน หากท่านยังต่อสู้นองเลือดกันอยู่อย่างนี้ ข้าจะไม่ปรากฏให้ท่านเห็นหน้าอีกเลย"

                "อย่าๆ อย่าทำเช่นนั้นข้าจะอยู่ไปทำไมหากไม่มีท่านบนฟากฟ้า ท่านกฮูก...ท่านงูเห่า เราขอสงบศึกแต่เพียงเท่านี้ ข้าทั้งสองได้เชยชมท่านอยู่ไกลๆก็พอแล้ว"ทั้งสองจึงลงจากเนินและกลับไปยังหมู่บ้านของตนเอง เมื่อทั้งสองไม่ได้ปรารถนาสิ่งอื่นใดแล้ว มันจึงลาจากชนเผ่าทั้งสองไปสู่ทางอันล่วงลับตลอดกาล

*****

                เผ่าทั้งสองไม่มีเทพเจ้าอีกต่อไป ทำให้พวกเขาสับสนวุ่นวายอย่างรุนแรง แต่ไม่นานนัก พอตกกลางคืนวันนั้นเอง เทพเจ้าองค์ใหม่อันนามว่า พระจันทร์ก็มาปรากฏตัวขึ้น และนำชนเผ่าทั้งสองมาเจอกันที่กลางเนินหญ้า ประกาศว่านี่เป็นสถานที่ซึ่งม้องฟ้าในค่ำคืนสวยมากที่สุด ให้ทั้งสองปรองดองกันและอยู่กินบนป่าที่ดินอันอุดมสมบูรณ์แห่งนี้ตลอดไป พระจันทร์มีผู้นับถือมากขึ้นทำให้ดาวทั้งหลายเริ่มเคารพนางแล้ว แต่การแก้แค้นของนางยังไม่จบ

 

 

.....ติดตามต่อตอนจบนะครับ

By Crozzax 16/11/25502

 

 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

                เรื่องนี้ก็ยาวอีกแล้วล่ะ ตอนแรกจะเขียนแค่ a4 หน้าเดียวแต่ทะลุไป 4หน้า(และยังไม่จบด้วยเหอๆ) ก็เลยตัดแบ่งเป็นสองอันซะ ทำครั้งแรกไม่รู้จะดีรึเปล่าเพราะอารมณ์ อาจถูกตัดลงดื้อๆ(ผมไม่ค่อยชอบอ่ะนะ แต่ต้องอัพเดี๋ยวดองบล๊อกนานไป)

                ช่วงนี้แตะคอมได้น้อยมากๆ มีเวลาก็แต่งๆต่อไป แถมไม่ได้เข้า exteen อย่างนานเลย ก็จะบอกว่า อาจเป็นแบบนี่ประมาณ 4 เดือนน่ะครับ

                อย่าลืมลงความเห็นด้วยล่ะกันว่าตัดเป็น 2 อันแบบนี้ดีรึเปล่าครับ(ถ้ามีเขียนผิดพลาดประการใดของอภัยมา ณ ที่นี้ด้วย)

                 ปล.ตอนจบจะพยายามมาลงให้เร็วที่สุด

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ว้าว..ววว

ยังแจ๋วเช่นเดิม

ว่าแต่ซาตานกำลังไล่ล่าเทพเจ้าหรือเปล่า ถึงได้หายไป

big smile
โหยาวเชียวคะสมแระที่หายไปนาน555
อยากติดตามตอนจบแร้วอ่าเอามาให้ยลโฉมเร็วๆนะคร้า
question ถ้าตัด2อันมันแปลกๆนะคะbig smile
อ้าววว ...
รีบมาต่อเลยนะจ๊ะ ..

big smile
ผมชอบนะ



รักเลยละ



เรื่องนะ ไม่ใช่คนแต่งอย่าเข้าใจผิด cry

#4 By PiXY on 2007-11-18 19:54

ว่างเมือไรจะมาอ่านอีกรอบคะ

#5 By MiMiKuB on 2007-11-18 21:19

big smile จบแบบปรองดอง ค่อยดูมีความสุขหน่อยค่ะ
หลังจากฟาดฟันด้วยกระบวนท่ามาอย่างเมามันส์ big smile

#6 By !2know ++ on 2007-11-19 08:12

มะต้องตัดหรอกค่ะ กำลังอินๆเรย ^^

เวลาเป็นเสมือนเครื่องเยียวยาทุกสิ่ง
มาจนวันนี้...เวลาก็ทำให้เข้าใจทุกสิ่งทุกอย่างแระค่ะ
ขอบคุณนะค้า
open-mounthed smile

#8 By บล (125.26.82.170) on 2008-06-11 13:09