รอยยิ้ม ณ ลานประหาร
posted on 12 Oct 2007 23:32 by crozzaxmoon in Moon-Hill
แสงขาวส่องสว่างอยู่ปลายทาง ณ ที่ขุมขัง ดวงตามืดบอดในคุกดำไร้แสง พอกระทบแดดแรกก็ทำเขาเจ็บแปลบที่ปลายตา แสงของดวงตะวันที่ไม่ได้สัมผัสมานานถักทอความอบอุ่นบนเรือนร่างซีดเย็น ภายใต้ขนสัตว์ตัวจ้อยเขาถูกนักรบสองคนหิ้วปีกไว้ ถูกลากเสียดสีกับพื้นมานานพอดู อันที่จริง เขาถูกลากพรากจากบ้านเกิดเมืองนอนนานจนจำไม่ได้ต่างหาก
ในลานเบื้องหน้า มีลักษณะเป็นวงกลมขนาดใหญ่ รายล้อมด้วยอัฒจันทร์สีส้มซึ่งมีไว้สำหรับกองเชียร์ให้กำลังใจนักรบที่ตนเองภาคภูมิ
เพียงแต่วันนี้มันต่างออกไป เมื่อเสียงโห่ร้องด้วยความสนุกสนาน เปลี่ยนแปลงเป็นเสียงขับไล่แช่งชิงชัง เสียงตะโกนด่าถูกกระแทกจากทุกด้านดังเซ็งแซ่ฟังไม่รู้เรื่องชาวบ้านต่างพากันขว้างปาข้าวของ เศษขยะโสโครกปลิวว่อนไปมา
ถึงกระนั้น....เสียงของเหล่าชาวบ้านก็ไม่อาจระคายหูของเขาเลย เพราะหูทั้งสองข้างถูกมอมเมาดำ่ดิ่งในเสียงกรีดร้องมานานจนไม่ระยีระยาต่อสิ่งใด เขาชินชากับคำพูดสกปรกเหล่านั้น เขาแทบไม่รู้สึกอะไรเลยนอกจากก้อนเนื้ออุ่นๆที่เต้นเย็นยะเยียบอยู่ในอก มะเขือเทศสีแดงสดสร้างรอยเปรอะให้ใบหน้าที่เหยียดหยันอย่างจัง สายตาที่เริ่มมองเห็นอีกครั้งความหาต้นตอด้วยความโกรธ
เขาสบถด้วยความสมเพศ
ความวุ่นวายสงบลงเมื่อตัวของเขา ถูกตรึงไว้บนไม้กางเขนเหล็กกลางเวที ใบหน้ายิ้มเยาะของคนต่างถิ่นสร้างความสมเพศแก่ตัวเขามากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อตะปูแต่ละดอกถูกกระชากติดกับไม้อาบเลือดแห้ง เสียงโห่ร้องด้วยยินดีก็ดังตามมา ชาวบ้านต่างสะใจกับเสียงโหยหวนในวินาทีแห่งความเจ็บปวดของเขา ยิ่งขบขันมากขึ้นเมื่อเห็นร่างที่ไม่ได้ถูกตรึงดิ้นรนเหมือนสัตว์ถูกเชือด
เมื่อผ่านพ้นช่วงตรึกตรึง ทุกอย่างก็ดูนิ่งสงบกว่าเก่า ราวกับเป็นช่วงเวลาสุดระทึกก่อนจุดสุดยอด เขาไม่อยากตายเลยคำภาวนาอยากจะมีชีวิตอยู่ของเขาดังกังวารอย่างไม่น่าเชื่อ แต่ต่อให้มันเป็นเสียงตะโกน พระเจ้าก็คงไม่ได้ยินเขาแล้ว
เสียงแสงวาบเสียดสีของขวานที่คมกลิบกำลังเสียดแทงใจของเขาลึกเข้าไปในความสิ้นหวัง มันมีพลังมากกว่าเสียงกรีดร้องของเขาเสียอีก
ร่างกายชายนักโทษกระตุก แขนขาพยายามบิดหนีเหล็กขอที่ปักเอาไว้กับไม้กางเขน แต่ดูเหมือนว่าเลือดกลับไหลมาพร้อมกับความเจ็บปวดมากขึ้นแค่นั้นเอง ไม่นานเหงื่อแห่งความหวาดกลัวก็ไหลย้อยลงมาพร้อมกับน้ำตาแห่งความเอียนเสียน
เขากัดริมฝีปากจนเลือดไหล มือที่ถูกตรึงเอาไว้กำแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อแรงของเชือกลวดบีบรัดตัวหัวของเขาเข้าไปอีก
แรงของความหวาดกลัวกรีดหัวใจอย่างบ้าคลั่ง
กลิ่นอายของความตายระคนกับกลิ่นอายของความบ้าบรรจงสร้างทางแห่งความไร้ปรานีลงบนเสียงเดินของเพชฌฆาต เพชฌฆาตเดินหลบต่ำด้วยลำตัวโตใหญ่ ลากขวานอย่างช้าๆจงใจให้เกิดเสียงครูดกับพื้นไม้
ตัวเขาบิดเบี้ยวด้วยความกลัว เลือดกระตุ้นให้หัวใจคลั่ง มือที่ไร้ไออุ่นยิ่งจิกเนื้อของตัวเองให้ลึกลงไป น้ำตาไหลพรากออกมาจนหยุดไม่อยู่ ความบริสุทธิ์ไม่อาจช่วยเขาได้อีกต่อไป เขาแทบจะไม่รู้สึกถึงเลือดชืดเย็นรอบกายอีกแล้ว ราวกับว่าเขาเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของกระแสธารไหลนอง
ดนตรีกระแทกเท้าดังขึ้นเป็นจังหวะ เสียงเปาแตรสรรเสิญที่เขาคุ้นเคยก็ดังระงม ทันใดคำประกาศของ จักรวรรดิฮาเย็นบาร่ามาแล้ว ก็กลบเสียงอื่นจนหมดสิ้น
ฮาเย็นบาร่าเดินเข้ามาพร้อมกับเหล่าบริวารนับสิบ ชาวเมืองทุกผู้ต่างก้มลงต่ำถวายความเคารพด้วยการสดุดีหมดหัวใจ เขาจ้องมองใบหน้าราชาหนุ่ม เชิงกรามใหญ่ยักษ์ขบเขี้ยวเมื่อมองเห็นเหล่าพสกนิกรที่น่าภาคภูมิ ดวงตาเรียวไม่เล็กหันกลับมามองเขา ก่อนจะตะบึงจมูกแหลมใหญ่เข้ามา
หากเป็นที่อื่น ในสถานะอื่น เขาคงนับถือชายผู้นี้เพียงแค่เห็นรูปร่างแล้ว
เสียงทุ้มต่ำดังขึ้น ถึงแม้จะจับเค้าคำพูดไม่รู้เรื่อง แต่ท่าทางที่ชี้เขา เสียงโห่ร้อง เสียงตะบึงเกลียดที่ตามมา ก็พอจะเดาได้ว่าราชาฮาเย็นบาร่ากำลังพูดอะไรกับตัวเขาอยู่ คนไร้อำนาจอย่างเขาจะไปทำอะไรได้ อันบ้านเกิดเมืองนอนที่เคยได้ปกครองอย่างสงบสุข บัดนี้ล่มสลายวุ่นวายเพียงใดหนอ
มีคนบอกกับเขาไว้ ว่าชีวิตนั้นเราเป็นคนกำหนดเอง พระครูที่ร่ำสอนก็บอกว่าเราจะโตขึ้นเพราะตัวเราเท่านั้น พระเจ้าไม่ใช่ผู้กำหนดทางเดินของเรา แต่เป็นตัวเราเองที่ก้าวเดินออกไป เหตุแห่งความโชคร้ายล้วนก่อกำเนิดจากทางที่เขาเลือกเดิน เหตุแห่งความวินาศเกิดจากสื่งที่เราสร้างขึ้นในอดีต พระเจ้ามีหน้าที่แค่อภัยคนที่พ้นผิดเท่านั้น พระเจ้ามีหน้าที่แค่แปรผันเวลาให้เดินไปเรื่อยๆเท่าันั้น
ในวินาทีนี้ เขาอยากสบถเอาคำสอนพระครูออกจากสมองจริงๆ เพราะในความเป็นจริง เขาไม่ควรจะถูกประณามหยามเหยียดและตายแบบนี้ เขาไม่สามารถเลือกที่จะตายอย่างสมศักดิ์ศรีได้เลย เขาไม่สามารถเลือกอะไรซักอย่างในชีวิต ตลอดเวลาเขาถูกบังคับด้วยโชคชะตาที่พระเจ้ากำหนดขึ้นเสมอ
เหตุใดท่านทำกับข้าเยี่ยงนี้
"เจ้าจะอับอายไปตลอดกาล สหายเอ๋ย ผู้ชนะเท่านั้นที่เขียนประวิติศาสตร์ หึ หึ หึ"เสียงกระซิบของราชาฮาเย็นบาร่าดังขึ้นแทนพระเจ้า
เร็วเกินกว่าความเจ็บปวดใดๆจะลุกล้ำเข้ามาในความรู้สึก เร็วชั่ววินาที เร็วเพียงหยิบตา เร็วพอที่จะทำให้ความคิดของเขาถูกกระชากหลุด หัวของเขากระเด็นด้วยแรงของขวาน เลือดสาดกระเซ็นไปทั่วเวที เปรอะเปื้อนไหลนองแทบเท้าของคนทุกผู้
ร่างกายของเขาผ่อนคลายลงแต่กล้ามเนื้อกลับเริ่มกระตุกอย่างบ้าคลั่งทำให้ร่างไร้ศรีษะบิดงอไร้รูป ส่วนหัวของเขาก็กลิ้งลงไปจมกองเลือดสดบนพื้นทราย
สายตานั้นยังคงเต็มไปด้วยน้ำตา แต่ไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ
***
"พลั่ก"ร่างกายที่มีหัวของเขากระแทกอย่างจังกับดินสีเทา ท่าทางเขาจะหล่นลงมาจากลานประหารชีวิต แต่่ก่อนที่จะทันลุกขึ้น แสงกระเพื่อมเล็กๆสั่นไหวๆราวกับแสงยามพ้นขอบเหวของคุกอีกครั้งก็ปรากฏออกมา เขาไล่สายตาไปตามแสงจนพบเจอความพร่ามัวของขอบประตู ทันใดเงามนุษย์ก็เดินเข้ามาบังแสงนั้นไว้ เขาเห็นแต่เพียงเงาขาชายแปลกหน้าเท่านั้นเอง
"เจ้าถามอย่างนั้นหรือ"เสียงนั้นแหบพร่าแต่ก็ดูอบอุ่นไม่น้อย
แล้วแสงก็กระเพื่อมอีก ลำจ้าขาวพุ่งล้างความดำมืดเบื้องหลังจนหมดสิ้นราวกับมือของยักษ์โอบอุ้มร่างทารกไว้ก็ไม่ปาน ทันใดเสียงเดิืมก็ดังขึ้นอีก"เราให้อภัย" สติเลือนรางก็พุ่งลับหายไปกับกลีบดำมืด
***
เมื่อรู้สึกตัวอีกทีร่างของเขาก็กำลังล่องลอยอยู่บนอากาศ ไม่นานนักร่างจางๆก็ถูกพัดปลิวราวกับเขาเป็นปุยนุ่นของสายลม ก้อนเมฆก้อนแล้วก้อนเล่าพุ่งปะทะใบหน้าและผ่านไปเฉยๆโดยที่เขาไม่มีความรู้สึกอะไรเลย ร่างกายก็ดูโปร่งใสเบาหวิวไร้น้ำหนัก
คงพูดได้เต็มปากว่านี่คือร่างที่มีแต่ความคิดและความทรงจำแน่ๆ ในที่สุดเขาก็เห็นภูมิประเทศที่เขารังเกียจแม้เขาจะเห็นเพียงครั้งเดียวก็จำมันได้ดี แต่สภาพนั้นกลับแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ตึกราบ้านช่องกว่าครึ่งพังพินาศที่เหลือถ้าไหม้มอดในเปลวไฟสีส้มก็ดำตอตะกอเป็นตอไม้สีดำ เบื้องล่างเป็นประชาชนหญิงและเด็กกว่าครึ่งอยู่ในสภาพสิ้นหวังอดอยาก
แม่ร้องห่มร้องไห้ต่อเด็กชายที่จากไป เฝ้าวิงวอนพระผู้เป็นเจ้าให้คืนกลับอันดวงใจของเจ้าหล่อน ในทางกลับกันเด็กหญิงอีกฟากพยายามใช้มืออันน้ิอยๆของเธอปลุกแม่ที่จมอยู่ในซากไร้วิญญาณให้ตื่นขึ้น
เขาอาจสะใจ แต่เราก็ไม่อาจมองเห็นร่างของเขาได้
เสียงโหวกเหวกโวยวายของชายฉกรรจ์ดังจากทางทิศเหนือสุดขอบฟ้า มาพร้อมกับร่างทมิฬหลายร้อยคน พวกเขาทั้งหลายไม่ได้มาฆ่าชิงทำร้ายใคร เพียงแค่เดินทางมาพร้อมกับร่างเปือยเปล่าของบุคคลผู้หนึ่งบนไม้กางแขนเลือดอาบแห้ง
ราชาฮาเย็นบารา หรืออันที่จริงผู้เคราะห์ร้ายมากที่สุดในสงครามเหม่อลอยมาหาท้องฟ้าราวกับราชาเห็นตัวของเขา ด้วยร่างที่เปลือยเปล่าราชาคงหนาวสั่น ด้วยเชือกฟางที่รัดแน่นราชาคงเจ็บปวด ภายในดวงตาที่เคยเรืองอำนาจมีกระเซ้าเสียงแห่งความสิ้นหวังทรมานกึกก้องอยู่เรื่อยไป ฮาเย็นบาราค่อยๆถูกยกประจานต่อไปอย่างเนิบช้า จนหายลับไปสุดขอบของสายตา
เขาอาจสงสารผู้ร่วมชะตากรรม แต่เราก็ไม่อาจเห็นร่างเขาได้
***
เสียงวูบต่ำของแสงไฟที่ดับลงดึงจิตใจของเขาไปบนฟ้าไกลอีกหน ก่อนที่ความงุนงงจะครอบครองจิตใจการล่องลอยในอากาศก็เกิดขึ้น คราวนี้ท้องฟ้าไม่ได้สดสว่างบางส่วนจ้าด้วยแดดทะลุ บางส่วนดำสนิทเพราะควันไอดำ ซักพักร่างทั้งร่างก็เคลื่อนตัวไปตามสายลมอีกครั้ง สภาพภูมิประเทศจากบนฟ้าคุ้นตาเขาดี แต่พอทะลุลงไปสู่พื้นดินมากขึ้นเรื่อยๆ ภูมิประเทศทั้งหมดก็ถูกก้อนเหลี่ยมเทาสูงใหญ่เรียงรายดกด่ำแทนที่ต้นไม้ใบหญ้าสีเขียวชุ่ม ที่น่าแปลกใจคือเขาเห็นชาวบ้านอาศัยอยู่ก้อนเหลี่ยมนั้นด้วย ที่น่าแปลกใจกว่านั้นเขาเห็นผู้คนในกรอบสีเหลี่ยมอันยักษ์ด้วย ตามความเห็นเขามันคงเป็นภาพที่เหมือนกับคนมากๆ
และก่อนที่เขาจะสงสัยว่าชีวิตแบบนี้จะมีสีสันไหมเสียงเปล่งๆของรูปภาพในกรอบหน้าต่างก็ดังขึ้น สัญลักษณ์ของราชาฮาเย็นบาราก็ปรากฎตามมา ดูเหมือนเวทมนต์บางอย่างได้นำสัญลักษณ์ของทั้งเขาและฮาเย็นบาราไว้ในกรอบสีเหลี่ยมแบนราบซึ่งมันแสดงให้เห็นว่ามันแตกต่างจากกรอบรูปธรรมดามากอย่างไร มันมีทั้งเสียงทั้งภาพที่เคลื่อนไหวได้
แม้สำเนียง และเสียงจะเปลี่ยนไปบ้าง แต่เขาก็พอจะจับเนิ้อหาได้ หูไร้รูปของวิญญาณตั้งใจฟังเสียงของพิธีกรชายอย่างใจจดใจจ่อ
"วันนี้เป็นวันครบรอบเฉลิมฉลองปลดเอกเทศของราชาฮาเย็นบาราครับ แต่วันนี้กลับดูเงียบเหงาเหลือเกิน คงเพราะประวิติศาสตร์ของประเทศเรากำลังจะเปลี่ยนไป ไม่นานมานี้เหล่าผู้เก็บงำความลับแห่งฮาเย็นบาราถูกจับกุมฐานก่อกบฏ ค้ายา และลำเลียงอาวุธนอกกฎหมายจำนวนมาก
เป็นที่ทราบกันดีตามตำราว่าฮาเย็นบาราเป็นนักรบภาคเหนือที่บุกชิงชัยราชาแห่งความขลาดเขลาออร์เกนเน่ ณ ภาคใต้ ด้วยเหตุที่ว่าออร์เกเน่นั้นกดขี่ข่มเหงประชากรด้วยความทารุณครับ
ในพระสารที่ฮาเย็นบาราเขียนขึ้นเป็นประวิติศาสตร์ที่ราวกับตำนาน เรื่องเริ่มที่ว่ามีเด็กหนุ่มนามว่าบาร่า พบกับดาบศักดิ์สิทธิ์และออกผจญโลกกว้าง ได้นักรบเป็นเพื่อนพ้องมากมาย สุดท้ายได้ครองเมืองเหนือ บุกมาตีเมืองของเก่าของเขาที่ปกครองโดยปีศาจได้สำเร็จ แต่สุดท้ายกลับตายด้วยน้ำมือของเพื่อนที่ทรยศ จนกลายเป็นตำนานเกิดวันฉลองครบรอบฮาเย็นบาร่าปลดเอกเทศขึ้น
สุดท้ายทั้งหมดเป็นเรื่องโกหกครับ เรื่องถูกปั้นแต่งโดยราชาฮาเย็นบาราเอง เราค้นพบหลักฐานบันทึกพระสารเก่าแก่จากธนาคารกรองเกี่ยนต์ที่เหล่าผู้พักดีต่อจักรวรรดิเอเอี่ยนหรือผู้สืบสายเลือดออร์เกเน่ส่งเป็นรุ่นต่อรุ่นกันมา เมื่อไม่นานนี้หลังจากองค์กรของฮาเย็นบาราถูกจับ ข้อเท็จจริงก็ถูกเปิดเผยออกมา"
เราไม่อาจรู้ปฎิกริยาไร้ร่างของเขาได้เลย
"อันที่จริง ราชาออร์กาเน่นั้นแท้จริงเป็นกษัตริย์ที่วางรากฐานการใช้แผนที่ดวงดาว เป็นฐานสำคัญในการสำรวจมากมายจนถึง ณ ปัจจุบันนี้ และเนื่องจากค้นพบดินแดนใหม่มากมายทำให้นับว่าเป็นอีกยุคที่สงบสุขก็ว่าได้ จนกระทั่งราชาฮาเย็นบารา เรียกเจรจากับออร์เกเน่เพื่อหวังเมืองของจักรวรรดิอีเอี่ยน ทรงใช้อุบายโดยให้ทหารฝีมือดีแบ่งเป็นสองหน่วย หน่วยหนึ่งไปเตรียมกำลังตัดเส้นทางฮาเย็นบาราไว้ อีกหน่วยปลอมเป็นทหารเมืองออร์เกเน่ลักพาตัวครอบครัวของออร์เกเน่ไป จากนั้นเมื่อฮาเย็นบาร่าเจรจาออร์เกเน่ราชาเอเอี่ยนก็ถูกต่อรองด้วยชีวิตของลูกสาว น่าเศร้าเขาถูกทหารฮาเย็นบาร่าที่ปลอมตัวเป็นทหารองค์รักษ์จับตัวไปก่อน นั่นทำให้การเจรจาล้มเหลว ฮาเย็นบาร่าหาว่าออร์เกเน่ดูแคลนชีวิตครอบครัวจึงสังหารครอบครัวของออร์เกเน่ทั้งหมด ทั้งๆที่ออร์กาเน่อยู่ในคุกของราชาองค์นี้นานแล้ว ว่ากันว่าเขาเห็นครอบครัวตัวเองถูกประหารเสียด้วย หลังจากนั้นฮาเย็นบาร่าก็บุกตีเมืองที่ไร้ราชาอย่างอุกอาจ เรื่องราวจบลงที่ราชาออร์กาเน่ถูกประหารชีวิตที่บ้านเกิดของราชาฮาเย็นบาราโดยที่ไม่มีโอกาสเห็นแผ่นดินของตัวเองอีกเลย
อ้อมีเรื่องจริงอยู่อีกเรื่องครับ ออร์เกเน่นั้นได้ฆ่าพี่น้อง พ่อแม่เพื่อตนได้ครอบครองจักรวรรดิอิเอี่ยนด้วย สำหรับเขาอาจเป็นผลกรรมก็ได้นะครับ แต่ก็ยังโชคดีที่มีคนในครอบครัวออร์กาเน่หนีรอดมาได้"
เรื่องนี้แม้แต่เขาก็ลืมไปแล้วด้วย แต่ทำอย่างไรได้เล่า่ในเมื่อฟ้าไม่ได้กำหนดให้เขาครอบครองเขาก็แค่กระทำมันก็พอ
เขาหยุดความนึกคิดไว้ชั่วระยะเวลาหนึ่ง
ตลอดการบรรยายมีภาพการให้สัมภาษณ์บุคคลผู้หนึ่งอยู่ด้วย ผู้ชายคนเดียวกับที่ประกาศเมื่อกี้เป็นผู้จ่อแท่งสีดำและพูดกับชายที่เป็นนักโบราณคดี ว่าเขาเป็นผู้พยายามเปิดเผยข้อเท็จจริงมาโดยตลอด เหตุอะไรถึงทำให้ปักใจเชื่อเรื่องนี้มากมายนัก
เขามองหันกลับมาอีกทางในกล่องสีเทาใบยักษ์มีห้องหนึ่งจ่อติดข้างเขา เขาเห็นชายคนเดียวกันกับในทีวี นักโบราณคดีผู้เจนจัดทางโลกนั่งบนโซฟาสีสดมองไปบนจอเวทมนต์ด้วยใบหน้าอาบยิ้ม
"ความจริงเป้นสิ่งไม่ตาย..."
คำพูดของเขาดังเด่นสะท้อนก้องอยู่ในกรอบรูป
***
วินาทีที่หัวตกลงสู่พื้น เขามองเห็นภาพทุกอย่างหมุนคว้าง มองเห็นกำแพงทรายน้ำตาลอ่อนที่พุ่งกระแทกใบหน้า มองเห็นความเส้นทางของตนดับวูบไหว
ทันใดเสียงแหบพร่าอันอบอุ่นก็ดังขึ้นอีกครั้ง
....ทุกๆอย่างเจ้าเลือกเอง....
วินาทีนั้นหัวที่ถูกประหาร ยิ้มเบาๆ แต่ก็เพียงแวบเดียวเท่านั้น...
++++++++
Crozzax. 28/1/2550
Crozzax. 11/10/2550(re)
ก่อนอื่นต้องยกสองนิ้วให้กะคนอ่านจบก่อน อิ อิ(ยาวซะ)
เรื่องเก่าๆสมัยนู๊นน่ะครับ อ่านเจอเลยเขียนใหม่ซะ ตอนนั้นเราก็บ้าๆอยู่ด้วย ผมเลยยัดความเป็นผมตอนนี้ลงไปเพิ่มเชื้อ(น..สำ..าญ)ความคลั่งให้มากกว่าเดิม เอ้อจับหลักที่ผมแฝงไว้สองตัวได้รึเปล่าแล้วมองเห็นความสัมพันธ์กันไหมเอ่ย ไม่เฉลยนะครับ ผมว่าเรื่องนี้ง่ายนะแต่จะจับความสัมพันธ์ของ สองตัวลำบาก เอาเป็นว่าถ้ายังไม่เก็ทก็จะตอบให้ที่คอมเม๊นล่ะกัน
(ช่วงนี้สอบตรง ว๊ากๆๆๆๆๆๆๆๆ หึ่ย!!! เขียนเรื่องสั้นต่อ 555+)
ปล.exteenใหม่เนี่ย มันจะลบย่อหน้าและบรรทัดออกหมดเลยถ้าเราก๊อบมาจาก Word(อันเก่าก็ลบถ้าเราดัน clean messy code หรือไปกดแก้ไขในตัวมันโดยไม่บอกไม่กล่าว ตอนนั้นผมใช้วิธีแปะโพสแล้วพับบลิชไปเลยก็ได้ผลคล้ายในวอร์ดเป๊ะ ซึ่งบางครั้งโปรแกรมก็แก้ให้บางประโยคอ่ะนะ)เลยต้องเสียเวลาใว่ย่อหน้าด้วย เห้อ มีใครมีวิธีดีๆบ้างมั๊ยอ่าที่จะดึงจาก Word และไม่ต้องแก้ตัวmessy code เนี่ย(ตัว w พอดึงมากดพลับบลิชมันก็แก้ให้เรียบร้อย ฉลาดซ๊า)
!ติชมเต็มที่เน้อ!อันไหนดีกว่ากันอ่า อัษรสีดำหรือขาว
ชอบๆ ทีแรกอ่านตัวขาวก่อน แล้วสังเกตว่ามีตัวดำ เลยเอาเมาส์คลุมซะ 55+
ป.ล. เจอคำว่า สมเพศ จิงๆ ต้องเขียนว่า สมเพช นะงับผม
#1 By แดนไกล ไลบีเรีย on 2007-10-13 03:19