กุหลาบสีน้ำเงิน
posted on 04 Oct 2007 17:06 by crozzaxmoon in Moon-Hill
เสียงครางของเคลื่อนยนต์ดังกระหึ่มในความเงียบ รถสีดำคันเก่าเร่งเครื่องยนต์เบาๆออกจากสุสาน เอล็กซ์มองดูรถคันสุดท้ายออกจากสุสานไปอย่างเศร้าสร้อย เด็กชายวัยสิบปีหมองมนในความสงัดหันกลับมามองหลุมศพของผู้ตายข้างหน้า เขากลืนน้ำลายลงไปในคอที่แห้งผากหยิบดอกกุหลาบสีแดงดอกสุดท้ายของสุสาน แล้วจึงปาดแก้มที่พรากด้วยน้ำตาเดินออกไปอีกครั้ง เขาเดินช้าๆผ่านแมกไม้รุงรังเหมือนหนูน้อยผู้อ่อนแรงเพราะพิษงู เขาเดินออกจากสุสานดั่งวิญญาณไร้ชีวิต
เอล็กซ์เดินมาไกลจากสุสาน ตามทางขรุขระของอิฐสีน้ำตาลซึ่งวางเป็นระเบียบ ทั้งๆที่ช่วงกลางวันสถานที่แถบนี้เป็นชุมนุมของพ่อค้ามากมาย เป็นแหล่งรวมของวัตถุดิบต่างๆจากทั่วทุกมุมเมือง เสียงเอะอะโวยวายจึงเป็นเรื่องปกติในเวลากลางวันความวุ่นวายเป็นส่วนหนึ่งของเมืองใหญ่แบบนี้ สิ่งเหล่านั้นทำให้ค่ำคืนนี้ดูน่ากลัวเสียยิ่งกว่าอะไรดี
เอล็กซ หยุดเมื่อเข้าไปถึงห้องสองแถวของเขา รูปร่างของตึกแทบจะกลืนไปกับกำแพงด้านหลัง ผนังตึกเป็นสีเทาๆเพราะเจ้าของเห็นว่ามันสิ้นเปลืองเกินกว่าจะมานั่งตกแต่ง หน้าต่างผ้าม่านก็ล้วนเกาะเก่าและซอมซ่อยิ่งนัก ถึงแม้จะรังเกียจความโสโครกของมันมากมายก็ตาม แต่มันก็ได้ชื่อว่าเป็นบ้านเอล็กซ์
ซึ่งบ้านของเขา ณ ตอนนี้ก็ทะมึนมืดบอดเพราะไร้แสงไฟ เป็นไปได้ที่คนในบ้านหลับไปหมดแล้ว เพื่อความแน่ใจเขาจึงชำเลืองมองไปที่หน้าต่างใกล้บานประตู
เมื่อเห็นว่าปลอดภัย เอล็กซ์จึงรีบเปิดประตูทันที และทำให้เสียงอีดเอื้อนดังของประตูไม้เก่าดังขึ้นซึ่งมากพอจะปลุกคนได้ทั้งเมือง เอล็กซ์กลืนน้ำลายเฮือกใหญ่ ความเร่งรีบทำให้เขาลืมเคล็ดลับการเปิดประตูไปเสียแล้ว
สายตาดุร้ายราวปีศาจชำเลืองออกมาจากความมืดในห้องนั่งเล่น ห้องนี้รกรุงรัง โปสเตอร์ฉีกขาด ฝุ่นเกราะกรัง มีหยากไย่ ทำให้ดูเหมือนว่าตาคู่นั้นเป็นแมงมุมบ้าคลั่งแทนมนุษย์ที่น่าหวาดหวั้น ขาดเสียแต่ ความมากมายของดวงตาเท่านั้น
กลับมาแล้วรึ
ฮะ ผมกลับมาแล้วเขาพูดเสียงอ่อย
เอ็งไปทำอะไรที่ไหนมาเหอ เสียเวลาหมดเสียงแก่ทุ้มต่ำดังขึ้นเล็กน้อย
คือว่า คือว่า...เอล็กซตะกุกตะกัก
ถามว่าไปไหนมา ไอ้บ้า ตอบซิฟะเสียงนั้นเริ่มดังขึ้นอีก
ผมไป...
สุสานอีกล่ะซิ ข้าบอกเอ็งกี่ทีแล้วไม่มีทางที่แม่แกฟื้นขึ้นมาหรอก
แต่...
เสียงกระแทกของขวดเหล้าทำหัวเขาเคว้งไปบนอากาศ ก่อนจะล้มลงชนกับพื้นบ้านอย่างจัง
เก็บมาด้วย
เอล็กซ์เซตัวโงนเงนขึ้นมา โลกยังคงหมุนเป็นวงกลม แต่เขาต้องกัดฟันเอื้อมไปหยิบขวดเหล้าข้างๆตัว แลฃ้วจึงเดินเข้าไปหาสายตาเฉียบขาดในความมืดคู่นั้นอย่างหวาดกลัว ทันใดเสียงคำรามพร้อมกับฝ่ามือใหญ่ๆตบเข้าที่บ้องหูอย่างรุนแรง
ชักช้า
คราวนี้เอล็กซ์ถูกซัดกระเด็นไปไกลเป้สะพายเขาหลุดขาดจากบ่าก่อนจะแตกกระจายออกมาเหมือนแก้วตกจากที่สูง
วันนี้ได้มาเท่าไรเอ่ยชายคนนั้นเย็นเสียงลงเข้าไปรื้อข้าวของที่กระจัดการจายของเอล็กซ์ แล้วไปนอนซะคืนนี้ไม่ต้องกินข้าว เอ็งอยากมาสายเอง พรุ้งนี้ตื่นเช้าด้วยล่ะจะได้เงินเยอะกว่านี้อีกหน่อยชายหนุ่มคนนั้นวาดมือที่หยิบเอากระดาษใบเขียวๆออกมาสะท้อนกับท้องฟ้าจันทราเพื่อสำรวจเงินที่ได้
เอล็กซ์คลานช้าๆเข้าสู่ห้องนอนของตนวันนี้เขาโชคดีแล้วที่พ่อเขาไม่อาละวาด เมื่อสุดทางบรรไดเขาก็ลุกขึ้นอย่างยากลำบากเพื่อเปิดประตูห้องนอนของเขา ภายในห้องเล็กๆนี้เต็มไปด้วยข้าวของระเกะระกะไม่ต่างจากข้างนอกซักเท่าไร แต่มันดูสะอาดเรียบร้อยกว่าข้างนอกมากๆ แน่นอนแสงไฟในนิทรานี้ก็ไม่มีเช่นกัน
เอล็กซ์นอนบนฟูกที่แข็งราวกับกระดานไม้อย่างเจ็บปวด เขาเอื้อมไปหยิบผ้าพันแผลที่เปรอะเลือดแห้งกรังอันเก่าขึ้นมาพันหัวของตัวเอง เขาไม่สนว่ามันติดเชื้อหรือสกปรกรึเปล่า แต่มันคงดีกว่าถ้าเขาใช้มัน เพราะมันเป็นของลิซ่าให้เมื่อเห็นเขาครั้งแรก เมื่อเห็นหัวของเขาในวันที่พ่อเมาอาละวาด
ลิซ่าเป็นทั้งเพื่อนทั้งพี่สาวของเขา เธออาศัยอยู่กับยายด้านตรงข้ามบ้าน ทั้งสองย้ายหนีสภาวะสงครามที่เกิดขึ้นมานานพอดูแล้ว และไม่ค่อยจะสุงสิงกับใครซักเท่าไร
เอล็กซ์เอามือกุมบาดแผลที่หัว ขย้ำผ้าพันแผลสุดหวงด้วยความหนาวเหน็บ ขอบเบ้าเอ่อล้นน้ำตาอาบไหลเพียงเกลื้อแสงจันทร์ให้หม่นหมอง
เขาหันไปหาดอกกุหลาบในย่ามเป้รุ่งริ่ง กุหลาบแดงแตกซ่านกระเซิอะกระเซิงจนไม่เหลือเค้ารูปเดิมแม้แต่น้อย เอล็กซ์หันไปหาแจกันที่สุดปลายเตียง ดอกกุหลาบที่สมบูรณ์แบบปักคาอยู่อย่างโหยโรย สีน้ำตาลเทาสนิทกลืนเอาความนัยของสีแดงจนหมดมิด ณ บัดนี้กุหลายต้นนั้นสะท้อนเอาแสงน้ำเงินของจันทราบนฟ้าโดยไม่ระยีระยาต่อความอับเฉาแต่อย่างใด ดอกกุหลาบสีฟ้าชูตระหง่านเด่น เหมือนกับว่าไม่มีทางที่ดอกกุหลาบอื่นใดจะมาแทนที่มันได้เลย
แม้ดอกกุหลาบจะแห้งเฉา แม้ดอกกุหลาบจะถูกบดขยี้ อันกลิ่นหอมแดงเรื่อร่ำของรักนั้นก็ยังคงกลิ่นไว้ไม่เสื่อมคลาย เฉกเช่นบทเห่กล่อมของแม่ที่ทิ้งไว้ในกาลเก่า และบัดนี้เด็กน้อยผู้อัปยศก็หลับใหลมิลืมตื่นเพราะความทรงจำดีๆที่พุ่งโถมเข้ามา
กระเซ้าเสียงคลื่นกระเซาท้องของข้างห้อง ดังเสียจนเด็กน้อยตื่นคืนกลับแห่งความเศร้า กิเลสตัณหาที่พุ่งกระชากเรียบมากับกำแพงสร้างความอึดอัดใจและหูของเขา แต่จะทำกระไรได้เมื่อเขาไม่มีอำนาจสิ่งใดจะหยุดใครๆได้เลย เขาหลับรอเสียงคล้อยครางให้หยุดดับไป พรุ้งนี้ต้องตื่นเช้าขึ้นตามที่พ่อเลี้ยงของเขาสั่ง
เสียงอีดออดเร้าดังเพราะลมพัด ประตูเปิดออกเหมือนปีศาจเป็นผู้บิดกลอน เสียงอารมณ์เชิงชู้แปรเปลี่ยนความกลัวเป็นความอยากรู้จรดจิตใจ เอล็กซ์ก้าวพ้นธรณีประตูไปด้วยความเงียบกริบ จิตสังวาสด้วยความไม่เข้าใจ สัชชาตญาณปล่อยให้เขาเดินไปอย่างไร้ซึ่งความหวาดกลัว เขาเดินตามทางเท้าของปีศาจน้อยๆที่นำไปสู่ห้องนอนพ่อเลี้ยง
เหตุบัดดลของตัณหาทำให้ลืมปิดประตูขอบเตียงนอนไว้ นัยตาคมเข้มบิดมวนและแข็งแกร่งประชิดขอบประตูอย่างเร็วไว
ศึกปะทะของพ่อเลี้ยงจบลงไปแล้ว แต่กระนั้นแผ่นหลังของหญิงสาวที่เปลือยเปล่าบ่งบอกว่าพวกเขาจะต่อเติมกันและกันต่อไปในอีกไม่ช้า เอล็กซ์หยุดดูด้วยความกระหาย แต่ก็ถูกขัดจังหวะด้วยเสียงของผู้หญิงขึ้น
แล้วนี่ เมื่อไรจะหาเงินของนังนั่นเจอซักทีเอล็กซ์สะดุ้งเฮือกเมื่อคำว่า นังนั่น ดังขึ้น
ใจเย็นๆ ซิที่รักเสียงชายคนนั้นพูดเบาๆเหมือนหยอกเย้ากับแมวน้อย
ชั้นทนไม่ไหวแล้วนะที่ต้องเข้าไปขอปันส่วนอาหารจากรัฐ
ไม่ต้องห่วงหรอกน่า มือชั้นนี้แล้ว
เออ แล้วเด็กติดของยัยนั่นน่ะจะทำยังไง
ก็เลี้ยงไว้แบบนี้แหละดีแล้ว ไม่เปลืองอะไรด้วย แถมทำเงินให้เราอีก อันที่จริงท่าถึงคราวจนตรอก เอามันไปขายก็ได้นี่ ช่วงนี้ไอ้รัฐมันต้องการแรงงานเถื่อนอยู่ไม่ใช่เหรอ
ก็กลัวว่าแกจะเลี้ยงมันเพราะดันไปรักมันเหมือนยัยนั่นตอนนั้นนี่
รักเหรอ ยังไงข้าก็ทำใจไม่ได้ที่จะรักลูกของคนแปลกหน้า มันเป็นไปไม่ได้ ก็เห็นกันอยู่ ขนาดแม่มันน่ะ ข้ายังฆ่ากับมือมาแล้ว ความรักมันฆ่ากันได้เหรอ หือ ........เอาเถอะตอนนี้ข้าก็รักเจ้ามากกว่าใคร
ชั้นชักเสียวคำว่ารักของพี่เหลือเกินนะเนี่ย
ถ้าเสียวก็ต่อกันเลยดิ
โหย...ไอ้บ้า
และประตูขอบเตียงก็สนิทเรียบนิ่ง เฉยเสียจนเสียงเซ้าเร้าเสียงคลื่นไปไม่ถึงเสียแล้ว....
วันใหม่มาถึงพร้อมกับแสงรำไรม่วงอ่อน เสียงกระซิกของน้ำค้างบอกเวลาให้เขาลุกขึ้นจากเตียงที่ร่ำไห้ เมื่อคืนนี้ดวงตาของเอล็กซ์นั้นปิดไม่ลงเลยซักครั้ง
เขาลุกขึ้นเดินเหยียบย่องกลัวจะสร้างเสียงดังให้พ่อเขาตื่น ครั้งที่แล้ว เขาชนโต๊ะที่ถูกวางไว้เพราะเกมพิศสารทของพ่อเลี้ยงกลางห้องทำให้เขารับประทานหมัดซ้ายเข้าเบ้าตาเต็มๆ วันนี้คงไม่เป็นแบบนั้นเพราะดูห้องจะเรียบร้อยขึ้นมานิดหน่อยแล้ว
เมื่ออาบน้ำล้างหน้าแปลงฟันที่ไร้ยาสีฟันเรียบร้อย เขาก็ออกเดินไปในเช้าตรู่ที่ไร้คนตื่น
หญิงสาววัยขบเผาะ ผมดำระยิกด้วยปวยคลื่น ใบหน้ารูปกลมๆของเธอเข้ากันดีกับดวงตาอันกลมใหญ่สวยงาม จมูกของเธอเป็นสันโด่งไม่มากนัก โดยรวมแล้วนับว่าสวยมากเลยทีเดียว เป็นพี่สาวที่แสนดีสำหรับเอล็กซ์ เป็นลิซ่าที่อายุห่างกันเกือบแปดปี เอล็กซ์สวมหมวกเพื่อปิดปากแผลจากขวดเหล้า เดินเข้าไปทักทายเด็กหญิงที่กำลังกินอาหารเช้ากับฝูกนกอย่างสนุกสนาน
หวัดดีจ๊ะเสียงใสๆต้อนรับเขาอย่างอบอุ่น
เอ้านี่ ขนมปังฉันให้เธอพูดเสร็จก็ยื่นขนมปังออกมา
จะออกไปทำงานแล้วเหรอ
อือเขานึกอิจฉาลิซ่าที่ไม่ต้องทำงานอะไรเลย
หืม...ใส่หมวกแบบนี้ไปโดนอะไรกระแทกหัวมาอีกซิท่า มานี่ลิซ่าจ้ำอ้าวเจ้าไปในครัวแล้วเดินมาพร้อมกับผ้าพันแผลยาแดง ซึ่งนับว่าเป็นของหายากมากๆในขณะนั้น
ต๊าย ผ้าพันแผลเก่าแบบนี้ทำไมไม่ทิ้งไปล่ะ เดวแผลก็ติดเชื้อหรอกว่าแล้วสาวน้อยก็ทำแผลให้กับเด็กชายด้วยความรวดเร็ว เอ้าไปได้แล้ว
ขอบคุณครับ
ไม่ต้องสุภาพมากมาย คนกันเอง
ว่าแล้วเธอก็ลุกขึ้นไปเก็บจานข้าว ที่เอล็กซ์มองด้วยความเสียดาย
แล้วเจอกันคร้าบเอล็กซ์เดินกลับไปทีบ้านแล้วปักกุหลายอับเฉานั้นไว้ที่เดิม มันเป็นไปไม่ได้ที่จะให้ดอกกุหลาบแก่ลิซ่า มันเป็นไปไม่ได้ที่กุหลาบนี้จะสื่อถึงลิซ่าได้เลย
เขาปาดแก้มที่เรือนเลอะด้วยน้ำค้างยามเช้า ปั่นจักรยานสู่ตัวเมืองสีเทาที่น่าหดหู่ เขาปฏิธาณไว้แล้ว เขาจะเปลี่ยนทุกอย่างด้วยมือของเขาเองแม้มันจะผิดต่อพ่อเลี้ยงเขาก็ตาม
กลับมาเร็วจังแหะ ไม่เคยเจอเธอตอนห้าโมงเลยนี่นาเสียงของลิซ่าดังขึ้นทักทายเขาจากหน้าต่าง
ช่วยเบาเสียงหน่อยเถอะครับเอล็กซ์ชี้ไปที่ตึกสองแถว
วันนี้กลับเร็วดีจริง
ฮะ วันนี้เขามีอะไรนิดหน่อยนะครับเขาพูดเลี่ยงๆ
เข้าบ้านชั้นก่อน วันนี้มีช๊อกโกแลตด้วย เร็วๆถ้ายายรู้ว่าเอาให้นาย โกรธชั้นตายเลย ยายยิ่งไม่ชอบพวกจรจัดอยู่ด้วยลิซ่าเคลื่อนตัวเข้าไปในครัวพร้อมกวักมือเรียกเอล็กซ์ให้เดินเข้าไป
แสดงว่าวันนี้อยู่คนเดียวงั้นซิ
อือ มีอะไรเหรอ
เปล่าเอล็กซ์หลบหน้าลิซ่าแล้วเขาค่อยๆเข้าไปใกล้ตัวเธอ
เธอซ่อนของอะไรไว้ล่ะเอล็กซ์หญิงสาวหันกลับมาพูดอย่างรู้ทันเล่ห์
เอล็กซ์ยกมือข้างหนึ่งขึ้น เขายื่นมือออกมา แล้วกระชากลิซ่ากดชิดติดกำแพง มืออีกข้างที่หุบไว้ข้างหลังก็หยิบมีดออกมาด้วยความรวดเร็ว เสียงกรีดร้องถูกอุดด้วยมือที่ส่งพลัง เอล็กซ์หยิบมีดขึ้นจ่อไปที่หัวของเธอ จากนั้นจึงค่อยๆปลดกระดุมคอเสื้อออกมาช้าๆด้วยมือที่ถือมีด เด็กหญิงไม่อาจทานทนความแกร่งของชายผู้บรรทุกข้าวของสำหรับทำงาน ช่างซ่อมสำหรับประทังชีวิตได้เลย
เมื่อเห็นว่าลิซ่าไม่ได้ร้องขัดขืนอีกต่อไปเขาก็ปล่อยมือออกจากปากสีแดงสวยสดนั้น เปลี่ยนอิริยาบถใช้มืออีกข้างนั้นถอดชุดผืนเดียวของเธอ เขาทำอย่างชำนาญหลังจากเฝ้าสังเกตการณ์ในทุกๆคืน
เธอจะทำอะไรน่ะลิซ่าพูดอย่างไร้เดียงสา
เมื่อเขากดหัวตัวเองลงไปลวดเร้าเซ้าร่างของลิซ่า เสียงครวญครางก็ดังขึ้นโดยไม่เอื่อนเอื้อนเอ่ย ณ บัดดลสติก็เหมือนถูกสะกิด
อ๊ากๆๆๆเสียงแหบพร่าบ้าคลั่งออกจากปากเอล็กซ์ เขาเขวี้ยงมีดทิ้งไปสุดฝ่ามือ มันพุ่งปักแทงกับประตูขาวอันอ่อนล้า เขากำลังทำเหมือนพ่อเลี้ยงเขา ทำตามสัชาตญาณที่เขาเกลียดมากมายทุกๆคืน เขารู้สึกเหมือนแรงตึงของความอดทนกำลังจะขาดสะบั้น อะไรซักอย่างที่ถูกดทับไว้กำลังพุ้งกระชากจิตใจแสนดีล้มสลายสู่หุบเหวแห่งความว่างเปล่า
เขาตะโกนโหยหวนวิ่งเซไปชนเครื่องของในห้องครัวแล้วออกวิ่งไปบนทางที่มุ่งไปสู่ตึกสองแถวสกปรกๆนั้น
เขาเหมือนสุนัขบ้าที่ถูกปล่อยจากกรงขังที่ทรมานดั่งนรกแล้ว
ราตรีเดือนมืดที่น่าสะพรึงกลืนเมืองยักษ์หลับไหลไร้แสงไร้เงาอย่างรวดเร็ว
ชายแก่หัวหงอกขาวโพลน เครายาวสีเทาเดินอย่างงั่กเงิ่นสู่ตึกอาถรรพ์ อายุเขาราวๆเจ็ดสิบปีแล้วแต่ก็ไม่ได้ทำให้การเดินเหินของเขาติดขัดแต่อย่างใด ที่ดินแถบนี้เป็นที่ดินที่ราคาแพงและมีความเป็นไปได้สูงที่คนจะชอบเข้ามาอาศัยอยู่เพราะเป็นย่านใกล้เมืองที่ดีที่สุด มีทุกอย่างที่เมืองใหญ่ควรมี ทำให้รอบข้างเต็มไปด้วยตึกระฟ้าคอนโดยาวสูงโดดเด่น
แต่ก็มีตึกอาถรรพ์แปลกปลอมเพียงตึกเดียวที่ไม่ได้ถูกทุบทิ้งหรือแตะต้อง เพราะมันมีตำนานที่น่าสะพรึงกลัวอยู่ว่าใครได้เป็นเจ้าของต้องถูกฆ่าหรือหายสาบสูญ
แต่เขาไม่กลัวอยู่แล้วเพราะสิ่งเหล่านั้นล้วนแต่เป็นฝีมือของเขาทั้งสิ้น ชายแก่เดินเข้าไปในห้องนอนเตียงคู่ใหญ่เตียงหนึ่งอย่างคุ้นเคย เขาไม่ต้องเดินอย่างระมัดระวังอีกต่อไปแต่กระนั้นเสียงฝีเท้าก็หาได้ก้องไม่
ชายแก่หยุดยืนนิ่งสัมผัสความอ่มเทาของห้องที่กรังเกรอะเพราะฝุ่นคลั่ง มองไปยังเตียงนอนยับย่วน ดูผนังปริแตกอย่างเงียบเบา ลมหนาวพัดโบกสะท้อนเรื่องราวความเป็นมาด้วยความเจ็บปวดลึกล้ำ เขามองเตียงนอนเตียงอีกคร้งละลึกถึงโศกนาฎกรรมที่แสนสุขใจ
ชายแก่ยิ้มกริ่ม
ชายแก่หัวเราะดังลั่น
ชายแก่มองไปทางหน้าต่างตรงข้ามบ้าน
ชายแก่มองไปรอบด้านร่างกาย
แต่ก็หาใครได้ยินไม่
เขาละเลือนจากไปเมื่อแสงตะวันมาเยือน
แม้ว่าร่างสองร่างชายหญิงแหลกดับสูญหายไป แม้ว่าร่างจะถูกบดขยี้ด้วยกาลเวลาจนหมดจด อันกลิ่นหอมแดงเรื่อร่ำของเลือดที่เอล็กซ์แทงนั้นก็ยังคงกลิ่นไว้ไม่เสื่อมคลาย เฉกเช่นบทเห่กล่อมของหมาบ้าที่ทิ้งไว้ในกาลเก่า และบัดนี้ชายแก่ผู้อัปยศก็หลับใหลมิลืมตื่นเพราะความทรงจำที่พุ่งโถมเข้ามา
ลิซ่าวัยแปดสิบกว่าปีพร้อมกับหลานคนหนึ่งที่เข็นรถอยู่ด้านหลังเดินเข้าสู่สุสานอย่างช้าๆ หน้าของเธอหิ่วย่นมีรอยประดับประดาด้วยฟ้าฟางที่เกาะกินตามอายุวัยที่ร่วงโรย เธอบอกปัดให้เด็กน้อยกลับไปหาลูกของเธอด้านหลัง
เธอก้มลงหยิบกุหลาบสีแดงของยายเธอมาหนึ่งดอก
เธอก้มลงเก็บกุหลาบเก่าๆขึ้นมาหนึ่งดอก
มองไปบนป้ายหลุ่มศพของเอล็กซ์ซึ่งถูกทำขึ้นอย่างลวกๆ เพราะมันพึ่งเสร็จไปไม่นาน
เธอวางกุหลาบสดเอาไว้ ภาวนากับเด็กน้อยที่เข้าออกๆคุกมานานเกือบเจ็ดสิบปีให้ได้ยินเธอ
ภาวนาให้เขารับรู้ความรักครั้งแรกของเธฮ
ภาวนาให้เขารู้จักรักบริสุทธ์อันเป็นความหมายของดอกกุหลาบที่แท้จริง
เมื่อเวลาผ่านไป ดอกกุหลาบสีแดงสดดอกนี้
คงแห้งกร้านเหี่ยวเฉาไปตามวัยอันร่วงโรย
และเมื่อลิซ่าไม่อาจกลับมาที่แห่งนี้ได้อีก
......มันคงเป็นดั่งดอกกุหลาบสีฟ้าสะท้อนแสงจันทร์เจริดจรัสไปตลอดกาล.......
++++++++++++++++++++
ไม่ได้จิตซะตั้งนานเหอๆ
Keyword คือ ความหมายของดอกกุหลายสีน้ำเงินคร้าบ ซึ่งก็บอกอยู่ในเนื้อเรื่องเรียบร้อยแล้ว ...ส่วนเรื่องIreนั้นข้าน้อยก็กำลังเขียนๆอยู่เหมือนกัน คงเสร็จเร็วๆนี้มั้งครับ
เมื่อวานไปนอนค้างบ้านเพื่อนมา เล่นกันซะเกือบโต้รุ่ง(อันที่จริงนอนตี4อ่ะครับ) พึ่งรู้ว่าเปลือกไร้ชีวิตเพราะถูกพรากด้วยอาการนอนไม่พอมันเป็นยังงาย
เรื่องสั้นเรื่องนี้ติชมเต็มที่เน้อ (ว่าแต่จะมีคนทนอ่านเพราะความยาวของมันได้มั๊ยเนี่ย -..-*)
คนที่ไม่รู้จักความรัก
ว่าแต่ความรักมันคืออะไรเหรอ
#1 By นางสาวความสุข on 2007-10-04 17:43