เหตุการณ์สุดท้าย
posted on 08 Sep 2007 22:47 by crozzaxmoon in Moon-Hill
ผมเลื่อนยศเป็นพันเอกอย่างรวดเร็วเมื่อรับโครงการนี้ เพราะไม่มีใครเชี่ยวชาญและพร้อมเสียสละได้เท่าผม เหลืออีกไม่กี่วันหลังจากผลการทดลองที่ยาวนาน จรวดเอ๊กวันซีโร่จะเดินทางออกนอกโลก
20ปีที่แล้วโลกเราตอนนี้สภาพย่ำแย่ลงกว่าเดิมหลายเท่า ระบบแรงโน้มถ่วงถูกทำให้เสียสมดุล มลพิษกลืนกินท้องทวีปกว่าแปดในสิบของพื้นดินทั้งหมด ประชากรหลายพันล้านถูกทิ้งให้อดอยากดิ้นรนในสภาพนั้นเกือบเก้าสิบแปเปอร์เซน มีเพียงประชากรอัจฉริยะที่ถูกเลือกเท่านั้นที่ได้รับเลิกเข้าสู่โดมแห่งความบริสุทธิ์ เป็นโดมเหมือนสนามอเมริการฟุตบอลแต่ใหญ่กว่าหลายเท่านัก ข้างนอกเครื่องกรองอากาศและน้ำขนาดใหญ่กินพื้นที่เท่ากับสนามฟุตบอลสามสนาม ถูกติดตั้งขึ้นโดยกินพื้นที่ที่ได้รับมาจากทางรัฐที่ยึดมาจากเอกชนโดยไม่สนใจใคร ข้างในเป็นกระจกใสจำลองท้องฟ้าเมื่อสองพันปีก่อน ถนนเป็นหญ้า ตึกกระฟ้าสะอาดสวยสีน้ำเงินออก ผู้คนยิ่มแย้มอย่างมีความสุข
แล้วของเสีย มลพิษที่เกิดจากโดมนี้ล่ะ.....ทางการบอกกับพวกเราว่าทุกๆ หนึ่งปีทางการจะทิ้งสารพวกนี้ที่ดวงจันทร์และดาวอังคาร อันที่จริงผมพูดได้เลยว่าที่เหล่านั้นมันเต็มตั้งแต่ ก่อนจะสร้างโดมเสียอีก โดยเฉพาะดาวอังคารที่ถูกสิงสู่โดยพวกอสูรกาย
ผมเคยเป็นคนนอก...ผมเกลียดสหพันธ์โลกที่สุด
ตอนนั้นมีข่าวแพร่สะพัดว่า ถ้าได้เป็นทหาร ครอบครัวจะได้รับเลือกให้ไปอยู่โดมแห่งนั้น
ผมไม่รีรอพูดคุยกับทางบ้านแม้แต่น้อย ตะลุยไปในหมู่คนบริเวณค่ายทหารชั่วคราวนั้น พวกเราทุกคนก็ต่างกลัวกรรมตภาพรังสี กลัวความอดอยาก ความทุกทรมาน พวกเราต้องการหนีจากชีวิตที่เต็มไปด้วยความตาย ความโสมม อาหารที่ปนเปื้อน และชีวิตที่แก่งแย่งอาจฆ่ากันได้ถ้าเพียงต้องการน้ำเปล่าสกปรกๆเท่านั้น
การต่อสู้มีมาตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มคัดตัว.....ที่นั่นผมฆ่าคนเป็นครั้งแรก
ผมไม่ได้เป็นฆาตกร แต่ได้รับเลือกให้เป็นพลทหารโดยทันที ตามสัญญาพวกเขานำครอบครัวเราเข้าสู่โดมแห่งความสุข เหลือก็แต่เพียงผมที่ถูกกรำฝึกในสถานที่นั้นต่อไป
พวกเราถูกฝึกอย่างไร้ความปราณี ทุกๆคนไม่ว่าจะรู้จักกันหรือไม่ ไม่ว่าจะเกลียดกันขนาดไหน ไม่ว่าจะเป็นศัตรูกันอย่างไร สุดท้ายก้ถูกฝึกให้เป็นหนึ่งกลมเกลียว แข็งแกร่ง โหดเหี้ยม เป็นสัตว์ร้ายหนึ่งตัวที่เต็มไปด้วยความรู้สึกกระหายในชัยชนะ
พวกเราล้วนเป็นหนึ่งเดียวกัน...แต่คำถามคือ เขาจะฝึกเราไปเพื่อสิ่งใดกัน
...3 ปีกกับผู้ก่อการร้าย 3 ปีกับสมรภูมิอื่น ทำให้ผมรู้ว่า สหพันธ์โลกต้องการอะไรบ้าง....
เมื่อผมอยายุย่าง ยี่สิบเก้าปี ผมพึ่งจะได้เห็นหน้าครอบครัวเป็นครั้วแรก เพราะอาการบาดเจ็บจากสนามรบ ทำให้รู้ว่าคนในโดมรังเกียจชายชาติทหารผู้เสียสละ ถึงปากจะพร่ำบอกว่าภูมิใจในสิ่งที่ผมทำ แต่จริงๆแล้วพวกเขาภูมิใจคนที่ตัดสินใจเสียมากกว่า เพราะดูเหมือนว่าวีรกรรมของเราจะถูกแต่งเติมเสียมากมายให้ใครคนใหญ่คนโตในโดมเป็นที่นับถือเพิ่มมากขึ้น...ผมเกลียดสหพันธ์โลกที่สุด และเหนือสิ่งอื่นใด หน่วยทหารของผมทั้งหมดหายสาบสูญในดาวอังคาร ผมซึ่งรอดมาได้คนเดียวก็ถูกให้หุบปากเงียบ
สถานที่นี้สะอาด มีของฟรีให้กินไม่ต้องแย่งกัน ทุกอย่างล้นเกินกว่าความต้องการ ถึงแม้มือผมจะขาดทั้งสองข้างก็สามารถอยู่ได้อย่างสะดวกสบาย เมื่อไม่มีอะไรทำ เมื่อไม่สามารถเล่นกีฬาและทำงานเพื่อสังคมเหมือนคนอื่นๆได้ ผมจึงง่วนอยู่กับการอ่านหนังสืออยู่ที่บ้าน หนังสือเป้นภาพโฮโรแกรมที่เปลี่ยนหน้าด้วยเสียงซึ่งทำไว้สำหรับผมโดยเฉพาะ หลานๆหลายคนผลัดกันมาเยี่ยมทุกๆวัน เป็นสิ่งเดียวนอกจากหนังสือดาราศาสตร์ที่ทำให้ผมเบิกบาน
ความอ่อนโยนจากรอยยิ้มที่สดใสทำให้หัวใจที่โหดร้ายนุ่มนวลลงเรื่อยๆ
ผมรักหลานๆมากขึ้น มากขึ้น ถึงแม้พวกเขาจะรบเร้าให้เล่าเรื่องที่ผมเกลียดอย่างการสู้รบก็ตาม.....แต่ภายใต้สิ่งที่ผมเกลียดมีสิ่งที่ทำให้ผมอยู่ได้อย่างมีความสุขเสมอ ถึงครั้งนี้ไม่ใช่การฆ่าแต่เป็นเสียงหัวเราะรอยยิ้มแทน
จนในที่สุดผมซึ่งพิการได้รับการยอมรับจากสังคมจากบทความวิจาร์ณโครงการที่หยุดชะงักลง ผมได้รับเลือกทำหน้าที่ใหม่ในโครงการที่ยิ่งใหญ่ที่สุดโครงการเดิมที่ผมวิจารณ์และคิดจะกลับปรับปรุงใหม่โดยเร็ว
มันคือโครงการหาบ้านใหม่ให้มนุษย์ เพราะทั้งดวงจันทร์เอย ทั้งดาวอังคารเอย ล้วนถูกยำเละด้วยฝีมือใครซักคนจนป่นปี้
แขนของผมมือของผมถูกซ่อมใหม่ให้ใช้การได้อย่างคล่องแคล่ว
โครงการพัฒนาที่ก้าวกระโดดเพราะทางรัฐทุ่มทุกอย่างเต็มที่ ทำให้เราค้นพบดาวเคราะห์ใหม่ที่เหมาะสมกับบ้านที่สมบูรณ์แบบ มันอยู่ที่กาแลกซี่แอนโดรแมดา ที่แขนสิบสี่องศาเจ็ดสี่ซี(อ่านคล้ายแผนที่ทหารนะครับ นับจากตรงกลางไป 14 องศา กางภาพเป็นสามมิติ แล้วใช่พิกัดจุดที่บอกตำแหน่งเอาไว้) ใกล้ๆกับทางช้างเผือก แต่ด้วยเหตุผลของระยะทางทำให้พวกเราต้องหาสถานที่ใหม่
แต่เวลาผ่านไปเกือบ 2 ปีที่ทุกๆอย่างที่เคยรวดเร็วกลับหยุดนิ่งหน่วยของผมไม่อาจหาดาวอื่นได้อีกแล้ว แต่ในทางกลับกันเทคโนโลยีใหม่ของทางรูหนอนก็เริ่มพัฒนามาตามลำดับ
พวกเราเร่งหน้ากันอย่างรวดเร็วมากๆ เปลี่ยนจากการศึกษาอวกาศเพราะมาเป็นพาหนะขนส่ง และทุ่มทุนเพื่อสิ่งเหล่านี้ทั้งหมด เพราะข่าวจากกระทรวงหนึ่งบอกว่าโลกของเราจะวินาศไม่ถึง 20 ปีข้างหน้า
ผมไม่อยากให้โลกนี้แตกสลายไปเลย....และผมเองก็อยากจะมีชีวิตต่อไปด้วย
ผมปรับที่นั่งในลำเรือของจรวดให้พอเหมาะพลางคิดว่าผมตัดสินใจผิดพลาดต่อตัวเองที่จะรักษาชีวิตไว้ มองเหม่อไปบนหน้าจอโฮโรแกรม มีหลานๆและเหล่าญาติพากันมาพูดล่ำลาครั้งสุดท้ายกับผม ผมรู้ตัวดีว่าภารกิจนี้เป็นความเสียสละขั้นสูงสุดในชีวิต การเดินทางคนเดียวในอวกาศที่เปล่าเปลี่ยวและการเดินทางที่ยาวนานกกว่าการเดินทางใดๆ ทำให้ผมไม่อาจกลับมาที่โลกนี้ได้อีกครั้งหนึ่ง เสียงร้องไห้เล็กๆจากเจ้าตัวเล็กที่สุดทำเอาผมอยากจะล้มเลิกความตั้งใจเสียดื๊อๆ แต่บางสิ่งในใจก็กระชากผมกลับสู่ความจริง ความจริงในมือของผม ความจริงในห้วงอวกาศ ความจริงกับภารกิจสุดท้ายอันน่าจดจำ
จรวดนำวิธียาน เอ็กวันซีโร่พุ่งขึ้นไปสูท้องฟ้า โดมเปิดหลังคาออกมาเผยให้เห็นอากาศสีเทาม่วงที่ไม่ได้พบเจอมาเนิ่นนาน หากเป็นผมในตอนนี้คงทนไม่ได้ที่จะหันกลับไปดูความแตกต่างถายในโดมและภายนอกโดม เมื่อจรวดนำขึ้นโผล่พ้นชั้นบรรยากาศก็ปลดตัวเองไปตามกาล เพื่อร่วงสู่พื้น
อวกาศเป็นห้วงดำไร้ที่สิ้นสุด จ้องมองกี่ครั้งก็เหมือนดึงเอาตัวตนของผมดูดเข้าไปทุกทีๆ แม้จะมีหิ่งห้อยย้อยระยับสีขาวอยู่มากมายมันก็ไม่อาจกลบความมืดอันเหมือนราตรีได้เลย ผมพยายามไม่หันไปหาดวงจันทร์ ดาวอังคาร และเศษขยะมากมายที่พาลจะทำให้เสียอารมณ์เหมือนทุกคราวที่ขึ้นมา
ไม่นานนักยานคล้ายจานบินก็ติดเข้ากับเครื่องมืออูปกรณ์คล้ายวงแหวน 14 วงพาดกันแต่ล่ะอันมีเสาสัญญาณขนาดใหญ่ติดต้งเอาไว้เพื่อยึดจับยานอวกาศของผม ฉับพลันวงแหวนนั้นก็หมุนเพื่อสร้างพลังงานจากขั้วแกนกลางของยานผมเพื่อวัดจุดหมาย อีกไม่ถึง 10 วินาทีต่อมา แกนกลางก็หยุดหมุนและนำพลังงานที่ได้ทั้งจากดวงอาทิตย์และปฏิกริยาฟิวชั่นเล็กๆสั่นมวลของอวกาศตรงหน้าให้เกิดพลังงานสร้างขึ้นเป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า แต่ล่ะอะตอมถูกทำให้วิ่งหมุนเป็นวงกลมและเบิกเอารูหนอนออกมา
ผมจ้องผ่าหน้าจอคอมด้วยความตื่นเต้น อากาศรอบตัวก็เริ่มบิดวน สายตาของผมจ้องค้างเพื่อมองรูหนอนที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยทดลองมา ผมมองไม่เห็นปลายทางเลย รู้แต่เพียงวงแหวนเหล่านั้นปล่อยผมออกมาเพื่อดีดยานไปสู่รูหนอน
ฉับพลันร่างกายก็เย็นยะเยื่อกประดุจฉาบด้วยผืนน้ำแข็ง แล้วสติของเขาก็ถูกแช่ในห้องนักบิน
ดวงดาวสีฟ้าแซมไปด้วยเกาะมากมายหลากหลายเหมือนด้านกระดำกระด่างข้องหญิงตกกระโผล่มาให้เห็น หลังจากกำหนดและเป้าหมายคลาดเคลื่อนไปค่อนข้างมาก เสบียงที่เตรียมมา สิบหก ปีเกือบจะหมดตั้งแต่ ห้าปีแรกเพราะแรงสั่นสะเทือนการยืดมวลของรูหนอน อีกทั้งยานของผมก็สูญเสียจุดสำคัญไปหลายจุดต้องทำการซ่อมบำรุงอีกนับหลายปี แต่ไม่เป็นไร ภารกิจนี้เคยคาดว่ามันใช้เวลาหลายสิบปีอยู่แล้ว
เบื้องหน้ามีดวงดาวที่หมาย ในมือมีภารกิจที่ต้องทำ แต่หัวใจไม่ได้ยินดีอะไรเลย....
....อีก 17 ปีต่อมา.....
ยานอวกาศใหญ่ยักษ์นับสิบลำลอยล่องอยู่ในอวกาศอย่างเงียบๆราวกับเคารพต่อโลกใบเก่าที่พังทลาย มันลอยเคว้งคว้างลอยออกจากระบบสุริยะมาเนิ่นนานเกือบ 6 ปีด้วยกันเพราะ มันใหญ่เกินไปที่จะรอดผ่านอุโมงค์ที่เกิดจากวงแหวน 14 อันนั้นได้ แต่ถึงกระนั้นพวกเขาก็พยายามสร้างวงแหวนที่ใหญ่กว่าหลายร้อยเท่าจนสำเร็จ ใช้เวลาในการหาแปรสภาพวัตถุดิบจากดาวต่างๆรอบๆนับหลายปี
กัปตัน หรือ นายเรือใหญ่ได้ก้าวขึ้นมามีอำนาจเหนือสหพันธ์โลกโดยเด็ดขาด เพราะเขาเป็นผู้เดียวที่สามารถขับยานลำใหญ่นี้ได้เต็มที่ เขาถูกสอนโดยชายที่เป็นวีรบุรูษของชาวโลกทุกคนที่สามารถไปถึงดาวดวงใหม่ได้สำเร็จ ชายคนนั้นสอนเขาทุกอย่าง ชายคนนั้นผู้มีมือเทียมสองข้างบอกกัปตันคนนี้ว่า เพื่อให้โครงการสมบูรณ์แบบกัปตันจะต้องมีอำนาจอย่างเต็มที่ กัปตันคนนี้ได้รับความไว้วางใจจากชายคนนั้นเพื่อทำภารกิจให้สมบูรณ์ทุกคนเชื่อแบบนั้น สหพันธ์โลกจึงจำใจยอมมอบอำนาจให้เขา
เรือลำยักษ์โผล่ออกจากแนวรูหนอนเรียบร้อยแล้ว เป็นที่น่าตกใจ สัญญาณไฟฟ้าของชายคนนั้นพุ่งมาอีกทาง แต่กัปตันมั่นใจว่าเครื่องบอกตำแหน่งผิดเพี้ยนแน่ เขาไม่ฟังคำคัดค้านใดๆจากลูกเรือหรือเหล่าขั้วอำนาจเก่าทั้งหลาย มุ่งไปทางที่ชายที่เขานับถือที่สุดส่งมาให้ เขาไม่เชื่อว่าชายที่เสียสละเพื่อชาวโลกขนาดนั้นจะทำผิดพลาดหรือเป็นสัญญาณให้ใครมาตามช่วย เพราะว่าชายคนนี้เตรียมใจรับความตายตั้งแต่ต้นแล้วไม่ใช่หรือ
ผ่านไปเกือบ 20 ชั่วโมงสัญญาณรูปภาพก็ถูกส่งมา กัปตันดีใจมากๆจึงรีบเปิดออกดู ข้อความเหล่านั้นบอกให้เขาเดินตามทางสัญญาณภาพนี้ไปเรื่อยๆ แล้วข้อมูลจะครบสมบูณณ์ อีกทั้งยังขอให้เปิดกับชาวโลกอื่นๆด้วย
ภายในยานอวกาศลำนี้มีประชากรเท่ากับโดมเลยทีเดียว ที่สำคัญคือภายในนั้นเหมือนกันกับโดมที่โลกเลยด้วยซ้ำ ตรงกลางมีลานกว้างขนาดใหญ่จุคนได้เป็นล้านๆ ที่ตรงนั้นทุกๆคนรวมตัวกันอยู่ เพื่อรอรับข้อความปริศนาของ ชายคนนั้น
เวลาผ่านไปอีกราว 20 นาที
กัปตันก็ปรากฏตัวขึ้นเพื่อมาดูภาพๆนั้นพร้อมๆกัน
วาบแรกของภาพในจอ 4ด้าน ปรากฏรูปของชายคนหนึ่งยืนอยู่บนพื้นดินเขียวและเต็มไปด้วย
กี่ปีแล้วเนี่ย ที่ไม่ได้เจอพวกคุณชายที่ใส่เสื้อสีขาวกางเกงขาวพูดขึ้น
ผมคงต้องแสดงความเสียใจแก่โลกของพวกเราก็ใช่มั๊ย เพราะพวกคุณจะไม่มีวันได้สัญญาณนี้หากไม่มาหาดาวดวงใหม่เขากระแอมเล็กน้อยก่อนจะเล่าถึงสิ่งที่เขาเจอมาทั้งหมด
ขั้นแรกผมปล่อย หุ่นยนต์ เอลวันลงไปสำรวจ เราพบว่าสีน้ำเงินที่เห็นนั้นเป็นน้ำเปล่าทั้งหมด ถัดมาคือระบบนิเวศที่ไม่มีอะไรมากไปกว่าพืชเท่านั้น ที่นี่มีแต่หญ้าและต้นไม้สูงเท่าเอวของผมไม่กี่ชนิด ตรวจวัดปริมาณอากาศ และแรงโน้มถ่วง ทุกอย่างล้วนคล้ายกับดาวของเราทั้งหมด จะแตกต่างก็เพียงปริมาณของสารอื่นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น นี่ผมอธิบายแบบชาวบ้านธรรมดาที่สุดแล้วนะ.....
ภาพตัดไปที่ตัวอย่าง สภาพแวดล้อมต่างๆ ภาพนี้ตอนที่ผมขับยานไปถ่ายเพื่อสำรวจโดยรอบหลังจากนั้นเสียงทุ้มต่ำของวีรบุรุษก็อธิบายอะไรต่างๆอีกหลายอย่าง เป็นเวลาหลายชั่วโมง
ทุกคนต่างฟังกันอย่างตั้งอกตั้งใจ โดยไม่มีการผละไปทำอะไรทั้งสิ้น
เอาล่ะ.....ถึงเวลาแล้วมั้ง......เอ่อ มิล เซล ลีน่า หลานๆอยู่รึเปล่าทุกสายตาหันไปหาลีน่าแต่เพียงผู้เดียว เธอเป็นคนเดียวในครอบครัวของชายคนนั้นที่เหลือรอดในวิกฎติโลกระเบิด เธอเป็นหญิงที่สวยและชอบเล่าถึงลุงให้กับใครๆเสมอๆ
ไม่รู้ว่ามิลจะรับผ่าตัดตารึยัง เห็นลุงแล้วเป็นไงบ้าง ผิดหวังบ้างใหม แต่สำหรับลุง ลุงรักหลานเสมอนะ เซลเขาได้เป็นนักปรัชญาบ้างรึเปล่าขอโทษที่ลุงไม่อาจอ่านงานของแกอีกแล้ว สุดท้ายก็ลีน่าเธอได้เป็นทหารอย่างที่ตั้งใจรึเปล่าหนอ.... ลีน่าหน้าแดง ในอดีตเธอเป็นสาวห้าวพอตัว หากน้องๆยังอยู่ก็คงรู้สึกปราบปลื้มที่ลุงของพวกเขาไม่เคยลืมใครเลย ทุกคนต่างก็อมยิ้มให้กับความทรงจำดีๆของชายแก่บนจอใบยักษ์ เวลาผ่านไปเท่าไรไม่รู้แต่แล้วชายคนนั้นก็หยุดพูดลง ทำตามองพื้นดิน
ถึงเวลาจริงๆซักทีทุกคนตั้งอกตั้งใจฟังมากกว่าที่เคย หลายคนหันไปหากัปตันที่อยู่บนสุดของโดมเผื่อว่าเขาจะมาประกาศเจอโลกใหม่ ตามที่ชาวโลกหวัง
แรงเหวี่ยงของยานทำเอาใครหลายคนหกคะแมนตีลังกา พร้อมกันนั้นเสียงระเบิดก็ดังขึ้นอย่างรุนแรงหลายจุด เมื่อกัปตันรู้สึกตัวมองไปยังวิทยุของคนที่ปิดไว้กันข้อความสนทนาของลูกเรือไปรบกวนตัวเขากับภาพแห่งประวิตศาสตร์ เขาเปิดมันทันทีพร้อมกับเสียงตะโกนที่พุ่งมาแทนความเงียบ สิ่งนั้นทำให้เขาหัวใจวูบลงต่ำ
สายตาของวีรบุรุษหลุบลงต่ำไม่ได้มองกล้องอีกแล้ว ก่อนจะเงยหน้าด้วยสายตาของคนคลั่ง เขาแสยะยิ้ม ในที่สุด ฮ่า ฮ่า ฮ่า พวกพ้องของผมที่หายสาบสูญไปทั้งหน่วยก็จะได้รับการแก้แค้นเสียที ทุกคนคงไม่รู้ใช่ไหมว่าผม เป็นนักรบที่เสียสละบนดาวอังคาร....หึ หึ หึ......ผมเกลียดทุกอย่างที่เกี่ยวกับโลก ผมจะทำทุกอย่างเพื่อปกป้องความบริสุทธ์ของดาวดวงนี้ คนที่สมควรโดนชำระล้างคือพวกแกเสียงของเขาแหบพร่าน่ากลัว ลีน่าแทบจะตกใจสุดขีดที่เห็นภาพนั้น ภาพที่แตกต่างจากลุงใจดีของเธอโดยสิ้นเชิง
ชายคนนั้นพูดอย่างนุ่มนวลอีกครั้ง.. หลานที่รัก ลุงขอโทษนะ หลานคงไปเกิดเป็นอย่างอื่นที่ไม่ใช่มนุษย์แล้วล่ะ เกิดเป็นสิ่งมีชีวิตที่ดีกว่านี้...เพราะนี่เป็นความหวังวุดท้ายของมนุษย์ที่พังทลาย มันเป็นเป็นเหตุการ์ณสุดท้ายที่จะเกิดขึ้นกับมนุษชาติ.....ฉับพลันยานไฟในยานอวกาศก็มืดลง
ยานอวกาศลำยักษ์จุดระเบิดสีฟ้าพยายามเร่งหนีอย่างหมดหวัง
มันกำลังถูกดูด....
ผมมองด้วยกล้องจากยานอวกาศมองดูภาพสุดท้ายของเหล่าชาวโลกที่ผมเกลียด นี่เป็นครั้งแรกที่ผมคิดว่า ผมตัดสินใจถูกหลังจากไม่เคยรู้สึกดีกับการตัดสินใจไหนๆเลย
นับแต่นี้ผมคงไม่ใช่ผู้เสียสละอีกแล้ว
และผมก็ไม่รู้สึกเจ็บปวดใดๆอีกเลย
ยานอวกาศใหญ่ยักษ์ระเบิดเพราะระบบรวน มันกำลังจะถูกกลืนเข้าไป
....เข้าไปในหลุมดำที่ยิ่งใหญ่...
...สู่เหตุการ์ณสุดท้าย...
+++++++
...จันทร์แรม...
ปล.เรื่องนี้ ผมคือคนเดียวกับเรื่อง วันชาติของดาวดวงนี้
แหะๆ พอดีผมไม่ค่อยได้อ่าน ฟิค อ่ะ ><~
อ่านบนจอคอมมันปวดตา
#1 By [IceteA] on 2007-09-08 23:50